ฉลองวันแห่งความรักปีนี้ด้วยอาหารเลิศรสที่ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
ฉลองวันแห่งความรักปีนี้ด้วยอาหารเลิศรสที่ โรง …
ฉลองวันแห่งความรักปีนี้ด้วยอาหารเลิศรสที่ โรง …
“ตะวันฉาย” นำทีมเปิด HONOR Experience Store ส …
นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศความสำเร็จอีกขั้นกับ
นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ ร่วมกับ อมัน กรุ๊ป จัดพิธีฉลองความสำเร็จ
เนื่องในโอกาสที่โครงสร้างอาคาร อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ โรงแรมและเรสซิเดนเซส สุดหรู 36 ชั้น เสร็จสมบูรณ์

นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้เครือ นายเลิศ กรุ๊ป จัดพิธีฉลองความสำเร็จในโอกาสที่งานโครงสร้างอาคาร อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ 36 ชั้น เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งงานพิธีจัดขึ้นที่ชั้นดาดฟ้า บนความสูงอาคาร 141.35 เมตร โดยมีทีมผู้บริหารของอมัน กรุ๊ป และไทย โอบายาชิ มาร่วมเป็นเกียรติในงาน
โครงการ อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ อันหรูหราประกอบด้วยโรงแรมอมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ และอมัน นายเลิศ เรสซิเดนเซส ส่วนที่พักอาศัย ภายใต้การบริหารของ อมัน กรุ๊ป (Aman Group) กลุ่มบริษัทด้านการจัดการโรงแรม รีสอร์ตและไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีกำหนดเปิดในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2567
อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ภายในอาณาบริเวณสวนสวยอันร่มรื่นของปาร์คนายเลิศ โดยมี อมัน นายเลิศ เรสซิเดนเซส ที่พักอาศัยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพียง 39 ยูนิต ได้รับการออกแบบอย่างหรูหราพิถีพิถันและมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ควบคู่ไปกับโรงแรม อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ ที่มีห้องสวีทจำนวน 52 ห้อง เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้แก่ผู้พักอาศัยและแขกผู้มาพักผ่อนได้สัมผัสสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมประสบการณ์พิเศษด้วยบริการเหนือระดับ
การที่โครงสร้างของอาคารเสร็จสมบูรณ์ตรงตามเวลาในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพในการขยายอาณาจักรทางธุรกิจของ

นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการดำเนินงานธุรกิจด้านการโรงแรมและการบริการ โดยความร่วมมือกับ อมัน กรุ๊ป เพื่อนำเสนอที่สุดแห่งความเหนือระดับทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการที่ครบครันอย่างมีระดับเป็นส่วนตัว ประสบการณ์การรับประทานอาหารอันเป็นเลิศ และศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจรบนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมและต่อยอดความเป็นเอกลักษณ์ของปาร์คนายเลิศ ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยได้อย่างงดงามและลงตัว นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ ทุ่มเงินลงทุนมูลค่า 6 พันล้านบาท เพื่อรังสรรค์โครงการอมัน นายเลิศ โดยมีสถาปนิกชื่อก้องระดับโลก มร. ฌอง-มิเชล แกธีย์ (Jean-Michael Gathy) ผู้ก่อตั้งบริษัท เดนนิสตัน อินเตอร์เนชั่นแนล (Denniston International) เป็นผู้ออกแบบโครงการ
“ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของนายเลิศ กรุ๊ป การพัฒนาโครงการอมัน นายเลิศ เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่เล็กมีความภูมิใจเป็นอย่างมาก ในการสืบสานเจตนารมย์ของครอบครัวที่มีมายาวนาน เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางอุตสาหกรรมการบริการและการโรงแรมของประเทศไทย โดยความร่วมมือกับอมัน กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจบริหารการโรงแรมระดับโลกที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศเช่นกัน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของนายเลิศ กรุ๊ป ที่ตั้งใจมอบประสบการณ์ความเป็นเลิศให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ดังเจตนารมณ์ที่มีมายาวนาน” ณพาภรณ์ “เล็ก” โพธิรัตนังกูร ประธานบริหาร นายเลิศ กรุ๊ป กล่าว
ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ ต้อนรับเดือนแห่งความรักกั …
วิวาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคู่รักแห่งปี …
‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช
แนะวิธีเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ
การมีสุขภาพที่ดีไม่เพียงแค่สภาพร่างกายภายนอก แต่นับรวมถึงสุขภาพด้านจิตด้วยเช่นกัน หากเรามีสุขภาพจิตที่ดีแล้ว ย่อมส่งผลต่อภาวะอารมณ์ในการจัดการกับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างดี ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะแข็งแรงสมบูรณ์อย่างไร แต่หากมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียด หรือวิตกกังวล ก็ย่อมส่งผลให้สุขภาพร่างกายของเราไม่ดีได้ด้วยเช่นกัน ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิว เส้นผม และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องหอม (Aromatherapy) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แนะนำ “วิธีเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ” กับผลิตภัณฑ์ ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Essential oil), ‘โซลิด เพอร์ฟูม’ (Solid Perfume) และ ‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to Refresh) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วมเผยวิธีเลือกใช้กลิ่นหอมให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน อาทิ สิริน ศรีอรทัยกุล, เอมษิกา โชติวิจิตร และ วิชาดา พูลผล

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แนะวิธีเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติว่า “จากบทความก่อนหน้าที่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติกับความทรงจำ โดยกลิ่นจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนความทรงจำ หรือฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) และสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic system) ทำให้เกิดการจดจำสิ่งที่เห็นกับกลิ่นที่ได้สัมผัส เมื่อเราได้กลิ่นนั้นอีกครั้ง ก็จะทำให้เราย้อนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ประกอบด้วยภาพ ความรู้สึกและเสียง หากรวมกับสภาพแวดล้อมที่ทำให้เราเกิดความผ่อนคลายก็จะเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้และจัดการกับอารมณ์ของตนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้ส่งผลต่อการเกิดสุขภาวะทางอารมณ์ หรือ Emotional wellness
สุขภาวะทางอารมณ์ (Emotional wellness) นับเป็นหนึ่งในแปดมิติที่นำไปสู่การมีสุขภาพดีแบบองค์รวม โดยครอบคลุมความรู้และทักษะในการระบุความรู้สึกส่วนตัว รวมถึงความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ ความเครียด และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำให้สามารถลดอัตราการเจ็บป่วย รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ (อ้างอิงงานวิจัยของ Jennifer N. Morey ในหัวข้อ Current directions in stress and human immune function)
นอกจากนี้สุขภาวะทางอารมณ์ยังส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้และความจำ โดยจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ อาทิ อะดรีนาลีน เซโรโทนินและโดพามีน ทำให้เราอยู่ในสถาวะที่พร้อมและเอื้อต่อการพัฒนาทักษะทางจิตวิทยา เช่น ความสนใจในการเรียนรู้ การเข้าใจและรับมือกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น การตระหนักและควบคุมกระบวนการทางความคิดและการแก้ไขปัญหา ดังนั้นการมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการเกิดสุขภาวะทางปัญญา(Intellectual wellness) ที่ดีด้วย
ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติในการปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึกอย่างแพร่หลาย รวมถึงมีหลากหลายงานวิจัยที่ผ่านมาเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติชนิดต่างๆ ที่ส่งผลต่อจิตใจ อาทิ สร้างความสงบ ผ่อนคลาย ลดความรู้สึกเจ็บปวดทางใจ คลายความเครียดและวิตกกังวล กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับของคลื่นสมอง (Brain Wave) ได้เช่นกัน อาทิ

การใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและสามารถสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ได้ โดยจะให้ผลแตกต่างกันไปตามชนิดของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติที่ใช้ ปัจจุบันน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติก็มีหลายหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ทำให้เราสามารถพกพาความหอมไปได้ทุกที่ เพื่อประโยชน์การเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีได้”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 59 สาขา ใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 95 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป
การใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) เป็นศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6,000 ปี ตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และอียิปต์ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย นอกจากจะช่วยเรื่องการนอนหลับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายโดยสามารถเลือกเปลี่ยนกลิ่นได้ตามอารมณ์ความต้องการ รวมถึงใช้มอบเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย

เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่
นอกจากนี้กลิ่นยังส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส” (Hypothalamus) ควบคุมสารเคมีและฮอร์โมนเพศ สมองส่วน Frontal Lobe ควบคุมความตั้งใจ สมาธิและความจำ รวมทั้ง Reticular System ช่วยผสมผสานการทำงานของร่างกายและจิตใจ
กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติไม่เพียงสร้างความพึงพอใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงคุณค่าในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและอารมณ์ตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด อ้างอิงตามหลักการของกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) การใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างความผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึก อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีได้ โดยสามารถใช้ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลากหลายรูปแบบ อาทิ น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Pure essential oil) น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100% แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องกระจายกลิ่นหอมเพื่อรังสรรค์บรรยากาศความสุขภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม มีให้เลือก 2 ขนาด ขนาด 10 มล. ราคา 990 บาท และ ขนาด 50 มล. ราคา 2,050 บาท และมีให้เลือก 6 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นอะโรมาติก วูด ( Aromatic wood), กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence), กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard), กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze), กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Gray Infusion) และกลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ (Lavender & Rosemary)
‘โซลิด เพอร์ฟูม’ (Solid Perfume) ขนาด 15 กรัม ราคา 550 บาท อีกหนึ่งทางเลือกแห่งความหอมผ่อนคลาย พร้อมคุณค่าการบำรุงผิวจากพืชพรรณธรรมชาติจากส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ (Shea Butter) และน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) อุดมด้วยวิตามินเอและอีตามธรรมชาติบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และโจโจบาออยล์ออแกนิค (Organic Jojoba Oil) ฟื้นบำรุงและรักษาสมดุลความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิว สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่
‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to Refresh) ขนาด 15 มล. ราคา 500 บาท เติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย 8 ชนิด ได้แก่ เมนทอล, ยูคาลิปตัส, เปปเปอร์มินต์, เลมอน, โรสแมรี, กานพลู, พริกไทยดำ และจันเทศ เนื้อเจลบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นด้วย ออแกนิค เชียร์บัตเตอร์ (Organic shea butter), ออแกนิค โกโก้บัตเตอร์ ( Organic cocoa butter ), น้ำมันออแกนิค โจโจ้บา ( Organic jojoba oil ) และน้ำมันออแกนิค อาร์แกน (Organic argan oil)
ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเผยวิธีเลือกใช้กลิ่นหอมให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เริ่มที่นักธุรกิจสาว สิริน ศรีอรทัยกุล เผยว่า “ไลฟ์สไตล์ของเรานอกจากจะทำงานเป็นประจำทุกวันแล้ว ก็มักจะปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนๆ และครอบครัวอยู่เสมอ ทั้งงานวันเกิด งานคริสต์มาส งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ทุกครั้งที่เราจัดงานก็ต้องการให้เป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจสำหรับทุกคน โดยจะเลือกสร้างบรรยากาศภายในงานด้วยการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ร่วมงานและสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีความสุข หลักในการเลือกใช้กลิ่นหอม เราจะเลือกกลิ่นที่เข้ากับคอนเซ็ปต์ของงาน หรือบรรยากาศของงานที่ต้องการสื่อออกไป หากต้องการให้งานมีบรรยายากาศสนุกสนานเป็นกันเองก็จะเลือกกลิ่น อะโรมาติก วูด หรือหากเป็นงานดินเนอร์ที่เป็นงานหรูหราทางการหน่อยก็จะเลือกกลิ่น อีเดน บรีซ เพราะจะทำให้บรรยากาศในงานชวนให้หลงใหล น่าค้นหา ส่งผลให้ผู้ร่วมงานเกิดความประทับใจและความทรงจำที่ดี หากเป็นช่วงเวลาทำงานในระหว่างวัน เราก็จะหาเวลาพักเบรก 10 – 15 นาที เพื่อยืดเส้นยืดสาย และใช้ไทม์ ทู รีเฟรช ในการสร้างความผ่อนคลายและเติมความสดชื่นระหว่างวัน”
ถัดมาที่สาวสังคม เอมษิกา โชติวิจิตร กล่าวว่า “ส่วนตัวเรามองว่ากลิ่นหอมมีประโยชน์อย่างมากในการผ่อนคลายจิตใจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดี เราใช้วิธีการสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายด้วยการใช้กลิ่นหอมเป็นประจำ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง หรือไปตามสถานที่ต่างๆ เพราะอารมณ์ส่งผลโดยตรงกับการทำงาน อย่างวันไหนที่อารมณ์ไม่ดี ผลงานที่ออกมาก็จะไม่ดี หากวันไหนที่อารมณ์ดีก็จะทำให้มีแรงบัลดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดีด้วย ปกติแล้วเรามักจะพกน้ำหอม หรือเครื่องหอมติดกระเป๋าเป็นประจำ เพราะง่ายและสะดวกในการหยิบใช้งาน อย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประจำจะเป็น ไวลด์ ฟลอรัล โซลิด เพอร์ฟูม สำหรับแต่งเติมความหอมระหว่างวัน โดยจะทาบริเวณข้อพับ ข้อมือ แต่หากรู้สึกเครียด หรืออยากได้ความสดชื่นผ่อนคลายก็จะหยิบ ไทม์ ทู รีเฟรช ขึ้นมาใช้ควบคู่กับการนวดขมับเบาๆ ส่วนที่บ้านก็จะวางพวกเทียนหอมและเครื่องกระจายกลิ่นหอมไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน อย่างในห้องน้ำจะเลือกใช้กลิ่น เอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น ส่วนห้องนั่งเล่นก็จะเลือกกลิ่นแนวสดชื่นมีชีวิตชีวาอย่างกลิ่น อะโรมาติก วูด ห้องนอนก็จะใช้กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ ช่วยให้นอนหลับสบาย หากเราอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายก็สามารถทำให้เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ สุขภาพจิตเราก็จะดี สุขภาพกายเราก็จะดีด้วย”
ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย วิชาดา พูลผล เล่าว่า “กลิ่นหอมสำหรับเราถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ เพราะกลิ่นหอมสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้ดี อย่างเวลาที่ต้องออกไปพบปะผู้คน ไปงานอีเว้นท์ต่างๆ กลิ่นหอมจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง ทำให้เรามีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น หลักการในการเลือกใช้กลิ่นหอมของเราจะเน้นกลิ่นที่เข้ากับการแต่งกายและประเภทของงานที่จะไป อย่างกลิ่นที่ชอบและใช้ประจำก็จะเป็น อีเดน บรีซ โซลิด เพอร์ฟูม และกลิ่น ซิกเนเจอร์ โซลิด เพอร์ฟูม โดยเราจะพกติดกระเป๋าไว้เพื่อเติมกลิ่นหอมในระหว่างวันบริเวณข้อมือ ต้นคอ และบริเวณหลังหู ส่วนในรถยนต์ก็จะมี ไทม์ ทู รีเฟรช ติดรถไว้สำหรับรับมือกับช่วงเวลาที่รถติด กลิ่นหอมๆ จะช่วยให้อารมณ์ดีและใจเย็นลงได้ ส่วนไอเดียการใช้กลิ่นหอมสำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ เราจะพิจารณาว่าคอนเซ็ปต์ของงานเป็นแบบไหน อยากให้บรรยากาศของงานออกมาเป็นแบบใด หากเป็นงานที่เน้นความสนุกสนานกับเพื่อนๆ ส่วนมากเราจะเลือกกลิ่นอะโรมาติก วูด หรือ อีสเทิร์น ออร์ชาร์ด แต่หากเป็นงานสำหรับครอบครัวก็จะเลือกกลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น หรือ อีเดน บรีซ เพื่อสื่อถึงบรรยากาศความอบอุ่นได้ดี”
เพิ่มพูนสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติกับผลิตภัณฑ์ ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Essential oil), ‘โซลิด เพอร์ฟูม’ (Solid Perfume) และ ‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to Refresh) ได้แล้ววันนี้ที่ ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น G และ 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ The Botanica zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เกทเวย์ แอท บางซื่อ ร่วมกับ สำนักงานเขตบางซื่ …
แรงบันดาลใจจากเทศกาลมงคลอย่างตรุษจีน วันสำคัญ …
เตรียมตัวให้พร้อม!!! “มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล” เทศกาลดนตรีครั้งแรกในจันทบุรี!

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของจังหวัดจันทบุรี กับเทศกาลดนตรี “มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล” (MOONBURI MUSIC FESTIVAL) เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุด โดยทีมผู้จัดงานภายใต้ชื่อ มูนบุรี ผลึกกำลังกับพันธมิตร ได้แก่ JAMESON, Budweiser และ KATHY COSMETICS จัดงาน พร้อมขนทัพศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย เตรียมพร้อมระเบิดความมันในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ บนพื้นที่จัดงานกว่า 100 ไร่ ติดถนนใหญ่ ตรงข้ามศุลกากร อ.มะขาม จังหวัดจันทบุรี
สำหรับงานเทศกาลนี้แฟน ๆ จะได้เห็นศิลปินระดับแถวหน้า อย่าง Chamook & Bom Slayerz , Fellow Fellow, Polycat, Musketeers, Cocktail, Kratae Rsiam, Joey Boy, Bodyslam และ DJ Kikie & MC Vox ที่จะมอบความสนุกสุดมันให้แฟนๆ ทุกคน
งานนี้แฟน ๆ จะได้พบกับความพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมความปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดย คุณแทนกาย-พชรวรรณ ลิ้มลิขิตอักษร หนึ่งในทีมผู้จัดมูนบุรี กล่าวว่า สำหรับงานนี้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ทางเราใช้ทีมงานระดับประเทศและบุคลากรในพื้นที่เพื่อส่งเสริมรายได้และพัฒนาให้กับพื้นที่นั้นๆ ซึ่งการเตรียมความพร้อมสำหรับเทศกาลดนตรีครั้งนี้ ทีมงานได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์เพื่อให้งานนี้เป็นครั้งแรกและเป็นความพิเศษของจังหวัดจันทบุรี ทางทีมได้ประสานงานกับทีมเวที ทีมวิชวลเอฟเฟค แสง สี เสียงและทีมพลุระดับประเทศ ทำให้ความพร้อมของงานดำเนินไปแล้วประมาณ 95% เรามีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ดีในการจัดงานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่เพื่อให้งานสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ งานนี้มีความพิเศษที่หลากหลายด้านที่จะทำให้แฟนเพลงได้รับประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเราได้จัดสถานที่งานขนาดใหญ่ที่จุคนได้อย่างสบาย โดยมีเวทีขนาดใหญ่กว่า 60 เมตร เพื่อให้ศิลปินและโชว์ต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในงานสามารถแสดงได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้เรายังมีการเตรียมเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงในงานคอนเสิร์ต ซึ่งความลับและความตื่นเต้นนั้นต้องรอการเปิดเผยเมื่อถึงวันงานเท่านั้นค่ะ ทางด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เรามีมาตรการดูแลและตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมงานได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีกล้องวงจรปิดทั่วงานถึง 32 ตัว ทีมการ์ดไม่ต่ำกว่า 100 นาย และตำรวจไม่ต่ำกว่า 50 นาย รวมถึง สห. และอุปกรณ์ต่างๆในการรักษาความปลอดภัยอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน จัดเตรียมพื้นที่ให้จอดรถภายในงานได้ 3,000-5,000 ขึ้นไป ไม่รวมพื้นที่ด้านนอกและพื้นที่ใกล้เคียง การเข้าออกก็มีหลายทางเพื่อสะดวกต่อการเดินรถ รวมไปถึงร้านอาหารก็มีบริการมากกว่า 50 ร้านค้า และมีบริการห้องน้ำมากกว่า 100 ห้อง”
“การตอบรับจากแฟน ๆ ตอนนี้ เรียกได้ว่า เสียงตอบรับดีมากๆ ค่ะ เป็นที่สนใจมากเพราะในจังหวัดจันทบุรียังไม่เคยมีงานเฟสติวัลที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แฟนเพลงยังคงสั่งซื้อบัตรเข้างานกันอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10,000-12,000 คนขึ้นไปค่ะ ซึ่งขณะนี้มีผู้สั่งซื้อบัตรใกล้เต็มจำนวนแล้ว จากทั้งกรุงเทพฯ ระยอง ชลบุรี ตราด สระแก้ว และส่วนใหญ่หลักๆ จะเป็นพื้นที่จันทบุรีค่ะ
งานนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในพื้นที่จันทบุรี ที่มีศิลปินดังรวมกว่า 9 ศิลปิน อยากให้คนทั้งในพื้นที่และระแวกใกล้เคียงได้มาสนุกกับงานนี้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือจะมาสนุกกันทั้งครอบครัวก็ได้ เพราะงานนี้เหมาะสำหรับทุกคนเลยค่ะ เราทุ่มเทมากๆ และอยากให้ทุกคนได้รับความประทับใจกลับไป รวมถึงสามารถแพลนเที่ยวต่อได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น ทะเล น้ำตก เขา หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคตะวันออก ได้ทั้งความสนุกและความสุขกลับไปอย่างแน่นอน” คุณแทนกายกล่าวเพิ่มเติม
นอกจากการแสดงคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ จากทางมูนบุรีและสปอนเซอร์มากมาย เช่น มุมถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับทุกคนที่ต้องการถ่ายรูป, การเพ้นท์หน้าและร่างกาย, เต็นท์กิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับงานได้อย่างไม่เบื่อ สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ เพียง 799 บาทเท่านั้น และติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : มูนบุรี – Moonburi Music Festival www.facebook.com/MoonburiMusicFestival
#Moonburifest #Moonburi #Moonburimusicfestival #จันทบุรี #งานเทศกาลดนตรี
อิเกียชวนจัดห้องขนาดกะทัดรัดกับซีรีส์ BRUKSVA …