Take Care Salon of Beauty ฉลองความสำเร็จ 32 ปี สะท้อนนิยาม “CARE THAT EVOLVES” สู่ผู้นำ Beauty Ecosystem ใจกลางเมือง รับเทรนด์ Wellness & Personalization ปี 2026
Take Care Salon of Beauty ผู้นำบริการความงามพ …
Take Care Salon of Beauty ผู้นำบริการความงามพ …
อลังการ! “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ” แนวคิด “Read The Legend” ชวนคนไทยทุกวัย สร้างตำนานการอ่านหน้าใหม่ รวมหนังสือดี โดนใจกว่า10 ล้านเล่ม วันนี้ -6 เม.ย. 69 @ ศูนย์สิริกิติ์

สมการรอคอย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วกับงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 (54th National Book Fair & Bangkok International Book Fair 2026)” ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” ร่วมย้อนตำนานความยิ่งใหญ่ของโลกหนังสือ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ผู้อ่านทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และ Gen Z ให้ร่วมอัปเลเวลไลฟ์สไตล์การอ่านไปพร้อมกัน

ภายในงานมีหนังสือให้เลือกช็อปกว่า 10 ล้านเล่ม ในราคาสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอด 12 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.- 6 เมษ.69 เวลา 10.00–21.00 น. ฮอลล์ 5–8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า งานปีนี้มุ่งสะท้อนพลังของ “ตำนาน” ในฐานะเรื่องจริงที่ส่งต่อผ่านกาลเวลา ทั้งจากหนังสือและบุคคลสำคัญที่กลับมาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจอีกครั้ง ท่ามกลางการรวมตัวของสำนักพิมพ์และนักเขียนจากทั้งในและต่างประเทศ นำหนังสือดีน่าอ่านจำนวนมหาศาลมาให้นักอ่านทุกวัยเลือกช็อปอย่างจุใจ พร้อมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจอีกมากมายตลอดทั้งงาน

ภายในงานจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร รวม 1,028 บูท จาก 362 สำนักพิมพ์และองค์กรที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้ประกอบการและนักเขียนไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 บริษัท จาก 24 ประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ตุรกี เวียดนาม จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สะท้อนบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนังสือของภูมิภาค
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ระหว่างวันที่ 27–28 มีนาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมฯ พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF มีผู้เข้าร่วม 163 บริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นไทย 83 ราย และต่างชาติ 80 ราย ตั้งเป้าจับคู่เจรจาการค้ามากกว่า 300 คู่ คาดสร้างรายได้การซื้อขายลิขสิทธิ์กว่า 90 ล้านบาท พร้อมกิจกรรมสำคัญทั้งการจับคู่เจรจาการค้า เสวนาด้านลิขสิทธิ์ การนำเสนอผลงานคอนเทนต์ไทยสู่สื่ออื่น (Pitching Session) และกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม



ภายในงานแบ่งโซนหนังสือออกเป็น 8 โซน ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้อ่าน โซนนิยายและวรรณกรรม โซนการ์ตูนและวัยรุ่น โซนหนังสือทั่วไป โซนหนังสือเก่า โซนหนังสือเด็กและการศึกษา โซนหนังสือต่างประเทศ โซน Non-book และบอร์ดเกม และโซนใหม่ Boy’s Love/Girl’s Love ที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบรับกระแสความนิยมของผู้อ่านยุคใหม่
นอกจากนี้ ยังเสริมนิทรรศการกว่า 100 รายการ อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “ครูคนแรก” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการจากวิถีแห่งศรัทธา สู่ภูมิปัญญาของยุคสมัย และโครงการประกวดหนังสือระดับชาติ “รางวัลจรัสแสง: มนุษยภาพและสังคมศาสตร์”
อีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญคือ นิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” เปิดประสบการณ์การอ่านแบบ Immersive พร้อมเวทีเสวนาใกล้ชิดกับนักเขียนระดับตำนานและนักเขียนชื่อดัง ถ่ายทอดเบื้องหลังงานเขียนอย่างลึกซึ้ง
สีสันพิเศษความร่วมมือ “PUBAT X คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” หุ่นมือในตำนานที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง ผ่านการแสดงเต็มรูปแบบ เวิร์กชอปทำหุ่นมือ การพากย์เสียง และโซนสินค้าที่ระลึก ช่วยเชื่อมโยงความทรงจำของคนทุกวัย และดึงดูดกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของการอ่าน
พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลาย อาทิ Y Book Journey : ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่ต่างประเทศ นิทรรศการ “ครีเอตไทยวิถี” นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 นิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก READ” และกิจกรรมเวที Global Author Spotlight

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Thai Book Fair
#BKKIBF2026
#งานหนังสือ69
#thaibookfair2026
#BangkokRightsFair2026
เนื่องในโอกาสวาระพิเศษครบรอบ 55 ปี วันเอกราชข …
23 มีนาคม 2569 กรุงเทพฯ, บริษัท Dongfeng Liu …
Skyller Solutions จับมือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ร่วมเดินหน้าโครงการนำร่องโดรนขนส่งเวชภัณฑ์ ข้ามเกาะ ปลดล็อกข้อจำกัดทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล


บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ Skyller Solutions ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรน ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด (สสจ.ตราด) นำโดยนายแพทย์ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด เดินหน้าโครงการนำร่อง “โดรนขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์” เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2569 ณ โรงพยาบาลแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดตราด ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเวชภัณฑ์ในพื้นที่เกาะและชายฝั่งที่เข้าถึงยาก และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเข้ามาทลายข้อจำกัดด้านการคมนาคมและระยะทาง

คุณประยนต์ โสนะชัย หัวหน้าทีม Business Solution บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ ความร่วมมือในครั้งนี้ว่า
“เป้าหมายสำคัญของเรา คือการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อลดช่องว่างและสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ สาธารณสุข ความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราดในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เรานำเทคโนโลยี โดรนขนส่งมาทลายข้อจำกัดด้านการเดินทางและด้านภูมิศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือหมู่เกาะสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที”
ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นของจังหวัดตราด ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะและพื้นที่ชายฝั่งจำนวนมาก ส่งผลให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลยังคงมีข้อจำกัดด้านการคมนาคม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงวิกฤตทางธรรมชาติ เช่น ฤดูมรสุมหรืออุทกภัย ซึ่งมักส่งผลให้เส้นทางขนส่งถูกตัดขาด กระทบต่อความรวดเร็วในการส่งต่อยา เลือด และเวชภัณฑ์ช่วยชีวิตจำเป็นต่อผู้ป่วย

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เทคโนโลยีโดรนขนส่ง ถือว่าเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ โดย Skyller Solutions เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการวางแผนและปฏิบัติการบินแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเตรียม โดรน การดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NBTC) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรและการทดสอบเส้นทางบิน เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด จะเป็นผู้สนับสนุนด้านบุคลากรและการประสานงานร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ โรงพยาบาลตราด, โรงพยาบาลแหลมงอบ, โรงพยาบาลเกาะช้าง, โรงพยาบาลเกาะกูด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหมาก เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการทางการแพทย์ อย่างแท้จริง

ทางด้าน นายแพทย์ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด ได้กล่าวถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ โดยระบุว่า
“ความร่วมมือกับ Skyller Solutions ในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดตราด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในนาทีวิกฤตหรือช่วงมรสุมที่คลื่นลมแรง นับเป็นก้าวสำคัญและเป็นโครงการนำร่องโครงการแรกในพื้นที่ภาคตะวันออก”
“การมีเทคโนโลยีโดรนขนส่งเวชภัณฑ์ที่สามารถลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้เครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่สามารถบริหารจัดการคลังเวชภัณฑ์และช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตได้อย่างทันท่วงที สร้างความมั่นใจให้กับทั้งบุคลากรด่านหน้าและประชาชนในพื้นที่เราเชื่อมั่นว่าโครงการนำร่องครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการนำเทคโนโลยีโดรนขนส่งมายกระดับสาธารณสุขไทย และสามารถต่อยอดสู่จังหวัดอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบขนส่งทางการแพทย์ที่ทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต”
คุณประยนต์ กล่าวเสริมถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในภารกิจนี้ว่า
“การขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ‘ความแม่นยำ’ และ ‘มาตรฐาน’ เป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ เราจึงยกระดับการทำงานด้วยนวัตกรรม Skyller ColdCare ร่วมกับเทคโนโลยีโดรนขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทีมแพทย์ว่า ตลอดเวลาที่โดรนปฏิบัติการ เวชภัณฑ์ทุกชิ้นยังคงสภาพสมบูรณ์ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิอย่างดีเยี่ยม”
ไฮไลท์ของโครงการนี้ คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์


1. Skyller Medical Drone Delivery: โดรนขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ทำหน้าที่เป็นพาหนะหลัก ในการลำเลียงเวชภัณฑ์ทางอากาศ ก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์
2. Skyller ColdCare: โซลูชันระบบติดตามเวชภัณฑ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Tracking System) ที่ทำงานควบคู่กันอุปกรณ์ขนส่งและแพลตฟอร์ม ได้แก่:
○ Skyller ColdCare Cooler Box: กล่องควบคุมความเย็นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ การขนส่งเวชภัณฑ์ อาทิ ยา, วัคซีน, ถุงเลือด และตัวอย่างเลือด
○ Skyller ColdCare Platform: แพลตฟอร์มศูนย์กลางการควบคุมที่ช่วยให้ทีมแพทย์และผู้ควบคุมสามารถติดตามข้อมูลสำคัญได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ทั้ง อุณหภูมิ, ความชื้น, แรงสั่นสะเทือน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของเวชภัณฑ์ และ พิกัดตำแหน่ง (GPS) ของโดรน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการลงนาม บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด ยังได้จัดสาธิตการบินโดรนเพื่อขนส่ง เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในสถานการณ์จริงในเส้นทางระหว่างโรงพยาบาลแหลมงอบและโรงพยาบาลเกาะช้าง เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร โดยมีนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภาณุวัฒน์ โสภณเลิศพงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 6 นายชัยวัฒน์ คารวะพิทยากุล รองผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลกรมการแพทย์ และคณะบุคลากรสาธารณสุขจากกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 และ จัวหวัดตราดร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีโดรนขนส่งมายกระดับการจัดส่งเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่เกาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราเชื่อมั่นว่าความสำเร็จในโครงการนี้ จะเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่สามารถต่อยอดขยายผลไปยังจังหวัด อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของไทย ให้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน” คุณประยนต์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับหน่วยงานที่สนใจโซลูชันโดรนขนส่งจาก Skyller Solutions สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.skyller.co/en/service/detail/delivery-drone-service
ททท. จับมือ GSTC จัดประชุมใหญ่ระดับโลกครั้งแร …
กลับมาอีกครั้ง! ททท. มอบความคุ้มค่ากับกิจ …
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะโลก หัวข้อ “พลังขององค์กรพันธมิตร” ซึ่งจัดโดย สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย โดยมี คุณพัชราวดี วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เฝ้ารับเสด็จและทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยข้อพระกร ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม ของโรงแรมฯ ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงสุด และความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคน