Recent Posts

Nike เปิดตัว Pegasus Plus 2 รองเท้าเทรนนิ่งเทมโป ปลดล็อกความเร็วระดับวันแข่งสู่การวิ่งในแต่ละวัน

Nike เปิดตัว Pegasus Plus 2 รองเท้าเทรนนิ่งเทมโป ปลดล็อกความเร็วระดับวันแข่งสู่การวิ่งในแต่ละวัน

0 0
Read Time:5 Minute, 28 Second

21 สิงหาคม 2026 กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – Nike Pegasus Plus 2 รองเท้าเทรนนิ่งสำหรับการวิ่งเทมโปที่ผสานความเร็วและประสิทธิภาพไว้อย่างลงตัว พร้อมดีไซน์ที่โชว์ให้เห็นนวัตกรรม Air Zoom ผสานโฟม ZoomX ที่ช่วยเพิ่มแรงส่ง ให้ทุกย่างก้าวรู้สึกเบา เร็ว และเปี่ยมด้วยพลังยิ่งขึ้น

Pegasus Plus 2 เป็นรองเท้ารุ่นล่าสุดในซีรีส์ Pegasus ของ Nike ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักวิ่งที่ต้องการทั้งความเร็ว รองรับการใช้งานได้อย่างยาวนาน และมอบประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอในทุกครั้งที่ออกวิ่ง พร้อมมอบประสบการณ์การวิ่งที่ทั้งรวดเร็ว มีแรงส่ง และต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในวันแข่งจริง พร้อมช่วยให้ใช้แรงน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า

ตัวรองเท้าได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพด้านความเร็ว ด้วยน้ำหนักที่เบาและสัมผัสที่นุ่มนวล พร้อม Air Zoom รูปทรงโค้งที่ช่วยให้แต่ละย่างก้าวต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ พื้นรองเท้าชั้นกลางใช้โฟม ZoomX ที่ให้แรงส่งได้ดี พร้อมเพิ่มพื้นที่บริเวณหน้าเท้าและปลายเท้าให้กว้างขึ้น เพื่อการสวมใส่ที่กระชับและสบายยิ่งขึ้น

Pegasus Plus 2 ได้รับการปรับโฉมให้โดดเด่นด้วยองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านความเร็ว ซึ่งนักวิ่งสามารถสัมผัสและมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งสะสมระยะในแต่ละวัน การฝึกวิ่งระยะไกล หรือการเร่งเพซให้เร็วขึ้น

ไฮไลท์สำคัญของรองเท้ารุ่นนี้คือ Air Zoom รูปทรงโค้งบริเวณหน้าเท้าที่เผยให้เห็นจากภายนอก ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความรู้สึกขณะสวมใส่และประสิทธิภาพของ Pegasus ให้เหนือไปอีกขั้น ผสานกับพื้นรองเท้าชั้นกลางที่ใช้โฟม ZoomX น้ำหนักเบาและให้แรงส่งได้ดี ช่วยให้ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและส่งแรงไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้แรงส่งเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 18% เมื่อเทียบกับ Pegasus Plus รุ่นแรก

Pegasus Plus 2 ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งแข่งบนถนนของ Nike ถ่ายทอดความเร็วและประสิทธิภาพในแบบรองเท้าซูเปอร์ชู ด้วยการวิ่งที่ราบรื่นและมีแรงส่ง โดยไม่ต้องใช้แผ่นเพลท ช่วยให้นักวิ่งทำความเร็วและรักษาจังหวะการวิ่งได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก


Jacob Kiplimo

คุณ Deepa Ramprasad ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายรองเท้าวิ่ง Nike Running กล่าวว่า “เป้าหมายของเรานั้นเรียบง่าย นั่นคือการมอบความเร็วโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เราทุ่มเทเวลาหลายปีในการพัฒนาและใส่ใจทุกรายละเอียดของรองเท้ารุ่นนี้ เพื่อมอบทุกสิ่งที่นักวิ่งต้องการอย่างลงตัว ทั้งความเร็ว ความสบาย และความมั่นใจในการเร่งเพซให้เร็วขึ้น Pegasus Plus 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของซีรีส์ Pegasus ที่นำแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การวิ่งในวันแข่งมาสู่รองเท้าเทรนนิ่งสำหรับการวิ่งในทุกวัน”

Pegasus Plus 2 ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การวิ่งที่ราบรื่น สบาย และตอบโจทย์การวิ่งที่หลากหลาย จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักวิ่งที่มองหารองเท้าคู่เดียวที่รองรับการวิ่งได้หลายรูปแบบ โดย Air Zoom รูปทรงโค้งช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากแต่ละก้าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สร้างจังหวะการวิ่งที่เป็นธรรมชาติและไม่สะดุด ขณะที่เส้นใยยืดหยุ่นภายในทำหน้าที่คล้ายสปริง ช่วยส่งแรงจากแต่ละย่างก้าวกลับสู่นักวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Pegasus Plus 2 มาพร้อมโครงสร้าง MR10 2.0 ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Pegasus 42 และได้รับการปรับแต่งให้รองรับพื้นที่บริเวณหน้าเท้าและปลายเท้าได้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มความสบายขณะสวมใส่ ส่วนบริเวณกลางเท้าได้รับการออกแบบให้โอบกระชับและมั่นคง โดยยังคงความคล่องตัวขณะวิ่ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสบายบริเวณข้อเท้าด้วยวัสดุคุณภาพสูง พร้อมดีเทลสะท้อนแสง และพื้นรองเท้าชั้นนอกลายวาฟเฟิลดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบให้ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว ช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติและสัมผัสพื้นถนนได้ดียิ่งขึ้น


Cameron Myers นักกีฬา Nike และเจ้าของสถิติโลกในการวิ่ง 1,500 เมตร กล่าวว่า “ผมชอบการวิ่งที่ได้โฟกัสกับจังหวะของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังสนุกไปกับทุกย่างก้าว และนั่นคือความรู้สึกที่ผมได้รับจากรองเท้าคู่นี้ ทั้งวิ่งสบาย ทำความเร็วได้ดี และช่วยให้ทุกย่างก้าวต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ”

Pegasus Plus 2 ได้รับการพัฒนาและทดสอบร่วมกับนักกีฬา Nike ระดับแนวหน้ามากกว่า 30 คน ครอบคลุมตั้งแต่นักวิ่งมาราธอนชั้นนำไปจนถึงนักกรีฑาระดับโลก พร้อมนำข้อมูลจาก Nike Sport Research Lab ที่ศึกษาทั้งรูปแบบการเคลื่อนไหวและประสบการณ์ของนักวิ่งมาใช้ในการออกแบบ เพื่อให้รองเท้าตอบโจทย์การวิ่งและสวมใส่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Air Zoom ได้มีการปรับระดับแรงดันอย่างละเอียดและแม่นยำ รวมถึงปรับโครงสร้างให้เหมาะกับรองเท้าในแต่ละไซซ์ เพื่อเพิ่มแรงส่งและมอบประสบการณ์การวิ่งที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะสวมใส่รองเท้าไซซ์ใดก็ตาม

Pegasus Plus 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาซีรีส์ Pegasus รองเท้าวิ่งที่อยู่คู่กับ Nike มาอย่างยาวนานและเป็นหนึ่งในซีรีส์รองเท้าวิ่งที่ขายดีที่สุดตลอดกาล โดย Pegasus เป็นหนึ่งในสามกลุ่มรองเท้าหลักสำหรับการวิ่งบนถนน ซึ่งแต่ละกลุ่มได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งที่แตกต่างกัน Pegasus โดดเด่นด้วยระบบลดแรงกระแทกที่ตอบสนองได้ดีและช่วยเสริมแรงส่งตลอดการวิ่ง ขณะที่ Vomero เน้นการรองรับแรงกระแทกในระดับสูงสุดเพื่อมอบความสบายอย่างเต็มที่ ส่วน Structure มาพร้อมระบบลดแรงกระแทกที่ช่วยเสริมการรองรับและความมั่นคงในทุกย่างก้าว

การเปิดตัว Pegasus Plus 2 ตอกย้ำแนวทางการพัฒนานวัตกรรมรองเท้าวิ่งบนถนนของ Nike ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานของแบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นจากนักวิ่ง และยึดมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนักวิ่งมาโดยตลอด พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้นักกีฬาทุกระดับ ตั้งแต่นักกีฬาระดับแนวหน้าไปจนถึงนักวิ่งทั่วไป ก้าวข้ามขีดจำกัดและปลดล็อกศักยภาพด้านความเร็วของตัวเองได้อย่างเต็มที่

รองเท้า Nike Pegasus Plus 2 เตรียมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ณ ร้านค้าพันธมิตรบางสาขา และทาง Nike.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ Nike Newsroom

เกี่ยวกับ NIKE, Inc.

NIKE, Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใกล้เมืองบีเวอร์ตัน รัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การทำตลาด และการจัดจำหน่ายรองเท้ากีฬา เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ และเครื่องประดับกีฬาของแท้สำหรับกีฬาหลากหลายประเภทและกิจกรรมเพื่อการออกกำลังกาย
ขณะที่ Converse ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือที่ NIKE, Inc. ถือครองทั้งหมด ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ การทำตลาด และการจัดจำหน่ายรองเท้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับแนวสปอร์ตไลฟ์สไตล์
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชม NIKE Newsroom และติดตาม @NIKE ได้ทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลางสยามสแควร์

เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลางสยามสแควร์

0 0
Read Time:46 Second

@Coach เปิดตัว Coach Play แห่งแรกในไทย ใจกลางสยามสแควร์ ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์สโตร์ระดับโลกผ่านการผสานงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Coach เข้ากับพลังสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้ของกรุงเทพฯ พร้อมเป็นสถานที่แห่งการค้นพบตัวตนและการแสดงออกอย่างอิสระ โดยมี นนน กรภัทร Friend of Coach SEA (@nanon_korapat), เลิฟ ภัทรานิษฐ์ (@loverrukk), เจนเย่ เมธิกา (@janeeyeh), มิลลิ ดนุภา (@phuckitol), ตี๋ตี๋ วันพิชิต (@twnpich), ป๋อ ศุภการ (@porsuppakarn), คอปเปอร์ เดชาวัต (@copper.busofficial) และมาร์คคริส กฤษณ์ (@marckris.busofficial) เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ภายในร้านพบกับผลงานจาก 3 ศิลปินไทย HelloVachBoy, Juli Baker and Summer และ Thavika พร้อมประสบการณ์ Interactive ทั้ง Yellow Taxi Installation, Co-creation Station และ Photo Booth รวมถึงไอเท็มจาก Coach ทั้งกระเป๋า Tabby, New York Family, เครื่องหนัง, Ready-to-Wear, Bag Charms และ Soho Sneaker

#CoachPlaySiamSquare
#CoachNY
@Coach @Pacificagroup

 

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF เดินหน้ายกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล วางหมุดหมายเทศกาลฯ บนปฏิทินภาพยนตร์โลก เชื่อมโยงเครือข่าย และขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF เดินหน้ายกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล วางหมุดหมายเทศกาลฯ บนปฏิทินภาพยนตร์โลก เชื่อมโยงเครือข่าย และขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

0 0
Read Time:5 Minute, 44 Second

วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569


นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hub หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับ
ในระดับสากล


ดร.สะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์ และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศ

นอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ เพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย


อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆ ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯเป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ในอนาคต


ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า เบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ


สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทย ไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจร ผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box