“ไทยแอร์เอเชีย”ร่วมกับ สภท.สนับสนุนสื่อลาวไปประชุมอาเซียน
กรุงเทพฯ-สมาคมสื่อมวลชนอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ …
กรุงเทพฯ-สมาคมสื่อมวลชนอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ …
AMHERB POWERFUL AMPOULE SERUM SERIES พร้อมสู้ …
เวทีประชันความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ American Standard Design Award 2023 (ASDA) เชิญชวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาสาขาการออกแบบส่งผลงานเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด ‘A Home to Love, A Space for Everyone’ เปิดโลกแห่งจินตนาการใหม่ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยสำหรับการอยู่ร่วมกันของคนในหลายช่วงวัย
ASDA 2023 เป็นเวทีที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้แสดงความสามารถในการออกแบบผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริงและใช้งานได้จริงในส่วนของพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับคนในหลายช่วงวัยได้ใช้ร่วมกัน

กรุงเทพฯ 1 กันยายน 2565 – ลิกซิล ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำและที่อยู่อาศัย ประกาศรับสมัครผู้สนใจส่งผลงานการออกแบบเข้าประกวดในเวที American Standard Design Award (ASDA) 2023 กิจกรรม ครั้งนี้จัดขึ้นโดยอเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับให้คนในหลายช่วงวัยได้ใช้ร่วมกัน ภายใต้แนวคิด ‘A Home to Love, A Space for Everyone’ ดังนั้น ผลงานที่นักออกแบบรุ่นใหม่จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะส่งเข้าประกวดจึงต้องเป็นงานออกแบบเชิงนวัตกรรมที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริงและใช้งานได้จริง
การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในหลายช่วงวัยยังคงเป็นวิถีของผู้คนส่วนใหญ่ในเอเชีย ทั้งนี้ ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผู้คนในเอเชียเกือบครึ่ง (45%) อาศัยอยู่กับครอบครัวขยายในบ้านหลังเดียวกัน การระบาดใหญ่ดังกล่าวได้เร่งให้เกิดแนวโน้มนี้มากขึ้น หลายครอบครัวได้จัดสรรพื้นที่สำหรับญาติผู้ใหญ่ คนหนุ่มสาวย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน และหลาย ๆ บ้านรองรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมาอาศัยอยู่รวมกันและใช้ทรัพยากรทางการเงินร่วมกัน เมื่อหลายครอบครัวปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันในระยะยาวในพื้นที่เดียวกัน นักออกแบบจึงต้องพบกับความท้าทายต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในแง่การออกแบบพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ ภายในบ้าน
การประกวดผลงานออกแบบบนเวที ASDA มุ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องของการใช้ชีวิตร่วมกันของคนหลายช่วงวัยกับแนวทางการออกแบบที่สร้างสมดุลทั้งด้านสุขอนามัย การยศาสตร์ ความปลอดภัย และความสะดวกสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มอายุต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง ไปจนถึงปู่ย่าตายาย
“กว่า 140 ปีแล้วที่อเมริกันสแตนดาร์ดได้ยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอโซลูชันห้องน้ำที่ผสมผสานการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมายควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้า ด้วยความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมนี้และการออกแบบของเรา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำในการเปิดตัว ASDA 2023 อเมริกันสแตนดาร์ดได้รับความไว้วางใจจากรุ่นสู่รุ่นด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเชื่อถือได้ และเราเลือกธีม ASDA ของปีนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาสาขาการออกแบบได้สร้างสรรค์พื้นที่ภายในห้องน้ำที่น่าใช้งานซึ่งคนทุกเจเนอเรชันในบ้านจะชื่นชอบ ในขณะเดียวกันก็ได้แข่งขันประชันไอเดียกับเพื่อน ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย” คุณอองตวน เบสเซเร เดส ฮอท ลีดเดอร์ประจำลิกซิล กลอบอล ดีไซน์ ภูมิภาคเอเชีย (Antoine Besseyre Des Horts, Leader, LIXIL Global Design, Asia) กล่าว
งานเปิดตัว ASDA ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดเกือบ 3,000 ผลงานจาก 7 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
“รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศครับ การประกวดครั้งนี้มีความหมายต่อชีวิตผมในหลายด้าน โดยเฉพาะการได้เติมเต็มไอเดียและทำให้มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อยืนยันถึงแนวความคิดของเราว่ามีความเป็นไปได้และใช้งานได้จริง หัวใจหลักที่ผมใช้ในการออกแบบผลงาน คือ ในฐานะผู้ออกแบบเราไม่สามารถบังคับพฤติกรรมผู้ใช้ที่มีความต่างกันได้แต่เราสามารถสร้างพื้นที่ที่ผู้ใช้ใช้งานร่วมกันได้ หลังจากเรียนจบผมฝันอยากเป็นนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อโลก ประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ชีวิตผู้คน และเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ได้ช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้นครับ” คุณธีรเกียรติ สุขอยู่ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประเทศไทย ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของโรงแรมจากเวที ASDA 2022 กล่าว
ในปีนี้ ASDA ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดในประเภทการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำของที่พักอาศัย (Residential Bathroom Space Design) โดยเน้นความสำคัญด้านความสวยงามของห้องน้ำสำหรับที่อยู่อาศัยของคนเมืองในกลุ่มเซกเมนต์ระดับกลางถึงบน ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดและมีคนต่างวัยอาศัยร่วมกัน นักออกแบบจึงต้องปรับเปลี่ยนและสร้างพื้นที่อยู่อาศัยอเนกประสงค์ที่ตอบรับความสมดุลระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลาง การประกวดออกแบบครั้งนี้จะทลายกรอบเดิม ๆ ของการออกแบบ โดยเสนอโจทย์ที่ท้าทายให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์ห้องน้ำที่ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และสะดวกสบาย ตลอดจนเป็นที่ ชื่นชอบของสมาชิกทุกคนในครอบครัว
ASDA 2023 เปิดรับผลงานการออกแบบของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 2 ขึ้นไปในสาขาการออกแบบจาก 10 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา อินเดีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยเปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2566 ทั้งนี้ กระบวนการตัดสินจะดำเนินไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งจะมีการประกาศผลผู้ได้รับรางวัล Asia Pacific Grand Prize ต่อไป
ผลงานการออกแบบจะได้รับการตัดสินในสองระดับ คือ ระดับประเทศ (National Level) และระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC Level) ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินระดับประเทศที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบจากแต่ละประเทศจะประเมินผลงานที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมประกวดในประเทศนั้น ๆ
ผู้ที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งจากแต่ละประเทศจะเข้าสู่รอบการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผลงานดังกล่าวจะได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการตัดสินระดับภูมิภาคเพื่อเฟ้นหาผู้สมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) นอกจากนี้ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะมีโอกาสเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลที่จะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ และเยี่ยมชมศูนย์การออกแบบลิกซิล (LIXIL Design Centre) ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้พบปะและแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมออกแบบระดับโลกของลิกซิล
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกวดออกแบบและช่องทางในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของผู้บริโภค ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ASDA ได้ที่ https://americanstandard-apac.com/asda
ททท. ปลุกกระแส ท่องเที่ยวชุมชน 5 ภูมิภาค เริ่ …
ปนป. 12 กลุ่มวัว สถาบันพระปกเกล้า รวมพลังสร้า …
มูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล จัดกิจกรรม …
ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ พร้อมสร้างสมดุลให้กับชีวิ …
เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย ประกาศยกระดับความร่วมมือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในงานสัมนาประจำปี 2565 “Thailand Carbon Neutral Network: Climate Action Partnership towards Carbon Neutrality/Net Zero Emission” เปิดแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยองค์กรผู้นำการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization หรือ CALO) เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กรภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อสนับสนุนนโยบายของประเทศไทยและเป้าหมายของประชาคมโลกภายใต้ความตกลงปารีส
งานสัมมนาสมาชิกเครือข่าย TCNN ประจำปี 2565 จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงเกียรติ Mr. Sergey Kononov, Manager of Programmes Coordination Unit จาก UNFCCC Secretariat ในหัวข้อ Progress from COP 26 and Expectations for COP 27” และนางรสริน อมรพิทักษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนามาตรการและกลไก กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในหัวข้อ “บทบาทของไทยในเวทีโลกด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และการเตรียมความพร้อมสู่ COP 27”
โดยงานสัมนาได้สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานเครือข่ายในปีต่อๆ ไป และได้ส่งเสริมให้กำหนดเป้าหมาย Carbon Neutral ในระดับองค์กร การสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอนเครดิตภายในประเทศตามวิสัยทัศน์การเป็น “เครือข่ายแกนนำของประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero

ไฮไลท์สำคัญของงาน คือการเปิดตัวองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization หรือ CALO) องค์กรที่แสดงความเป็นผู้นำในการแสดงเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่คาร์บอนนิวทรัลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กร โดยมีปีเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการพัฒนาเกณฑ์ในการรับรองอ้างอิงจากโครงการ Climate Neutral Now ร่วมกับสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC secretariat ซึ่งเป็นการยกระดับ TCNN ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยปัจจุบันมี 48 องค์กรที่ได้รับการรับรองสมาชิกองค์กร โดยการเปิดตัวองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ภายใต้เครือข่าย TCNN ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมายการจัดตั้ง 
นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ที่ปรึกษาเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย “TGO มุ่งมั่นเสริมสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืนในอนาคต”

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย “ในนามของประธานของเครือข่าย TCNN ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมสนับสนุนองค์กรสมาชิกในการเตรียมความพร้อมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมผลักดันการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตลอดจนนำพาประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

Mr. Miguel Naranjo, Program Officer, Climate Neutral Now Lead, UNFCCC Secretariat “ผลกระทบของสภาพภูมิกากาศที่เปลี่ยนแปลงขยายตัวขึ้น และผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าใจสถานการณ์และได้รับผลกระทบมากขึ้นเช่นกันทั้งในทางธุรกิจ ชีวิตประจำวัน รวมทั้งทุกภาคส่วนของสังคมโลกของเรา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่สามารถรีรอที่จะลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไข พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อตอบสนองปัญหา ที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นต่อไปและภาคส่วนของธุรกิจด้วยเช่นกัน”

คุณรสริน อมรพิทักษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนามาตรการและกลไก กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “สผ. ในฐานะหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2065”

ดร. ชญาน์ จันทวสุ (ประธานคณะอนุกรรมการด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลจำกัด (มหาชน) “การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกับการใช้เครื่องมือและกลไกต่างๆ ในการขับเคลื่อน TCNN เป็นหนึ่งในเครือข่ายสำคัญของประเทศที่ทุกองค์กรจะเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานใหม่ BCG ของประเทศ”
นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ (ประธานคณะกรรมการเครือข่ายฯ) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) “TCNN มุ่งมั่นที่จะเป็นเครือข่ายแกนนำของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero และพร้อมที่จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรสมาชิก ในการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลในระดับองค์กร”

นางกลอยตา ณ ถลาง (ประธานคณะอนุกรรมการด้านตลาดคาร์บอน) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “ตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย มีความตื่นตัวมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีผู้ให้ความสนใจสูง อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐบาลผ่านสิทธิประโยชน์และมาตรการต่างๆ ซึ่งการรวมตัวเป็นเครือข่ายอย่าง TCNN จะช่วยให้สามารถสะท้อนความคิดเห็นจากองค์กรสมาชิกสู่หน่วยงานภาครัฐได้”

นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล (ประธานคณะอนุกรรมการด้าน Climate Finance) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายสินเชื่อวิสาหกิจขนาดใหญ่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ““Climate Finance เป็นกลไกสำคัญที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน โดยการเชื่อมโยงเป้าหมาย Climate Change เข้ากับนโยบายทางการเงินขององค์กร ผมหวังว่าคณะอนุกรรมการด้าน Climate Finance จะเป็น focal point ในการสนับสนุน ให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่เพื่อนสมาชิก และผู้ประกอบการทั่วไป”

คุณแดน ปฐมวาณิชย์ (ประธานคณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็น อาร์ อินสแตนท์โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) “จากรายงานของ IPCC ได้ประกาศให้โลกรู้ว่า ภาครัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม บริษัท และผู้นำทั่วโลก มีหน้าที่จะต้องขับเคลื่อนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในขณะนี้ นี่คือการปลุกให้ประเทศไทย ยอมรับและตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้และต้องร่วมกันกำหนดแนวทางในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มิฉะนั้นเราอาจพบว่า พวกเรากลายเป็นผู้ที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันไปแล้วในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้”

อนึ่ง เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย หรือ Thailand Carbon Neutral Network หรือ TCNN เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรในการยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจก จัดตั้งโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามเจตนารมณ์ของประชาคมโลกที่ปรากฏในเป้าหมายของความตกลงปารีส ปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 275 องค์กร ประกอบไปด้วย องค์กรเอกชนบริษัท (Companies) สถาบันการศึกษา (Academic Institutions) มูลนิธิ (Foundations) สมาคมธุรกิจ (Business Associations) องค์กรระหว่างประเทศ (International Organization) และองค์กรภาครัฐ (Public Sector Organizations)
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Tik …