Recent Posts

ลิกซิลแสดงความยินดีกับ 55 บริษัทจากประเทศไทยคว้ารางวัล Award Winners

ลิกซิลแสดงความยินดีกับ 55 บริษัทจากประเทศไทยคว้ารางวัล Award Winners

ลิกซิลแสดงความยินดีกับ 55 บริษัทจากประเทศไทยค 

ชวนสมัคร​กิจกรรม “วิ่งปราการ 2022 มินิ-ฮาล์ฟ ” ณ ป้อมพระจุลจอม

ชวนสมัคร​กิจกรรม “วิ่งปราการ 2022 มินิ-ฮาล์ฟ ” ณ ป้อมพระจุลจอม

วิ่งปราการ 2022 มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน การท่องเที่ 

สสว. โชว์ผลงานการช่วยเหลือ SME ผ่านมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” ขยายผลต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือ SME ในปี 2566

สสว. โชว์ผลงานการช่วยเหลือ SME ผ่านมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” ขยายผลต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือ SME ในปี 2566

0 0
Read Time:2 Minute, 23 Second

สสว. แถลงผลงานช่วยเหลือ SME ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS ตามมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” มียอดสมัครกว่า 2,000 ราย เดินหน้าเปิดเฟส 2 ตั้งเป้าช่วย SME ให้ได้กว่า 6,000 ราย พร้อมเพิ่มหน่วยผู้ให้บริการทางธุรกิจ และปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น

รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า จากการที่ สสว. เปิดตัวมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ Business Development Service (BDS) ปี 2565 โดยเปิดบริการใน 3 หมวด คือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มี SME สมัครเข้าใช้งานบนระบบแล้วกว่า 2,000 ราย ได้รับอนุมัติ และเตรียมยื่นการพัฒนาแล้วกว่า 600 ราย โดยอนุมัติข้อเสนอการพัฒนาและเริ่มดำเนินการพัฒนาแล้วกว่า 300 ราย

อย่างไรก็ตาม สสว. ได้เดินหน้าในเฟสที่ 2 สสว. โดยขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการไปจนถึงกันยายน 2566 และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอการพัฒนาได้จนถึง 31 สิงหาคม 2566 รวมทั้งเร่งสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจ และเพิ่มบริการใหม่ ๆ ให้มากขึ้น เช่น บริการของโรงงานต้นแบบ หรือ Prototype Plant จากอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการกลุ่ม Micro SME ที่จะสามารถเข้าไปใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในราคาต้นทุนไม่สูงและสามารถทำเป็นครั้ง ๆ ได้ หรือ กลุ่ม SE และ SE+ สามารถใช้บริการทดลองเพื่อผลิตสินค้าหรือใช้บริการเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อทดสอบการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าและมาตรฐานสูงได้ รวมถึงจะปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น เช่น จะเปิดให้ SME ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2564 สามารถขอรับบริการได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท สามารถขอรับบริการได้โดยแนบเอกสารรายรับ รายจ่าย และเอกสารการยืนยันสถานะการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการเพิ่มผู้ประกอบการกลุ่ม ME ที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ให้สามารถรับบริการได้ และจะได้รับวงเงินช่วยเหลืออุดหนุนเท่ากับกลุ่ม SE+ คือ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณ ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

นอกจากนี้ สสว. จะปรับปรุงการใช้งานในระบบ BDS ให้ง่ายมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคู่มือ และคลิปสอนการใช้งานเพื่อสะดวกต่อการขอรับบริการของผู้ประกอบการ SME ซึ่งคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เข้าถึงความต้องการของผู้ประกอบการ SME ได้มากขึ้น

ผู้ประกอยการดูรายละเอียดได้ที่ https://bds.sme.go.th/ หรือ โทร. 1301 หรือโทร. 0-2038-5858 หรือ ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือ OSS สสว. ในทุกจังหวัด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Happy
Happy
100 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
สตูล ประกาศความสำเร็จ ในพิธีปิดงานประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 7

สตูล ประกาศความสำเร็จ ในพิธีปิดงานประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 7

0 0
Read Time:2 Minute, 10 Second

ผวจ. สตูล ประกาศความสำเร็จ
ในพิธีปิดงานประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่
7

 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 7 (The 7th Asia Pacific Geoparks Network Symposium) พร้อมประกาศผลสำเร็จในการจัดประชุมครั้งนี้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล

 

การประชุม APGN 2022 ประกอบด้วยสมาชิกจากเครือข่ายอุทยานธรณีโลก สมาชิกเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย ชุมชนการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานธรณี หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันการศึกษา พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประชุมกว่า 500 ท่าน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านอุทยานธรณีทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก ผ่านการประชุม สัมนาวิชาการ การแสดงนิทรรศการ และการศึกษาดูงานในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล และแหล่งท่องเที่ยวในทะเล

 สำหรับผลสำเร็จในการประชุมครั้งนี้ แบ่งออก 4 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. การประชุมของ UNESCO Global Geopark Council ที่ได้ทำการคัดเลือกและประกาศผลอุทยานธรณีโลกแห่งใหม่ของยูเนสโกทั่วโลก โดยเฉพาะอุทยานธรณีโลกแห่งใหม่ในประเทศไทย “อุทยานธรณีโคราช”
  2. อุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่โลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ยังคงได้รับการต่ออายุในการเป็นอุทยานธรณีโลกต่อไป
  3. เรามีคณะกรรมการที่ปรึกษา APGN และการประชุมคณะกรรมการประสานงาน ที่ให้ความร่วมมือและมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเครือข่ายสมาชิกของอุทยานธรณีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการประชุมนี้นำไปสู่การสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันผ่านเครือข่ายอุทยานธรณี ส่งผลให้เกิดแนวทางการจัดการเพื่อพัฒนาอุทยานธรณีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  4. ตลอดการประชุม 3 วันที่ผ่านมา แสดงให้เห็นความก้าวหน้าที่ดีของอุทยานธรณีจากทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เหล่าสมาชิกมีโอกาสหารือเกี่ยวกับความท้าทาย แบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้ และนำไปสู่แนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ยังร่วมทัศนศึกษาไปยังสถานที่ทางธรณีวิทยาของอุทยานธรณีโลกของสตูลที่อุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมี Youth Forum เพื่อให้คนหนุ่มสาวได้แบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับวิธีพัฒนาอุทยานธรณีในบ้านเกิด

นอกจากนี้ ภายในงานพิธีปิดการประชุม APGN 2022 ยังมีพิธีส่งมอบธงต่อให้ ประเทศเวียดนาม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 8 ต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2024

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน APGN 2022 ได้ที่ http://satunapgn2022.org/

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ดองกิ เจาะตลาดต่างจังหวัด เปิดสาขาที่ 6 “ดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา”

ดองกิ เจาะตลาดต่างจังหวัด เปิดสาขาที่ 6 “ดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา”

0 0
Read Time:5 Minute, 33 Second

ดองกิ เจาะตลาดต่างจังหวัด เปิดสาขาที่ 6 “ดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา”

พร้อมเอาใจชาวศรีราชา ด้วยร้าน SEN SEN SUSHI สาขาแรกในประเทศไทย

บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด ร้านค้าอันดับหนึ่งด้านสินค้าประเภทของใช้ และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) เดินหน้ารุกต่างจังหวัด ขยายตลาดสู่โซนภาคตะวันออกเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว ดอง ดอง ดองกิ สาขาที่ 6 สาขาเจพาร์ค ศรีราชา ซึ่งเป็นสาขาแรกในต่างจังหวัดของดองกิในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวร้าน เซนเซนซูชิ (SEN SEN SUSHI) ร้านซูชิที่ดำเนินการโดย ดอง ดอง ดองกิ สาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของการเป็น Japan Brand Specialty Store ยอดนิยมของผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้คอนเซปท์ “REAL DONKI” ที่ให้บรรยากาศเหมือนเดินดองกิโฮเต้ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้ง แฮงเอาท์ ตลอดจนส่งต่อเสน่ห์ในด้านอาหารและวัฒนธรรมผ่าน “Happiness for all from Japan” ที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ณ ชั้น 2 อาคารใหม่โซน New Town เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ คอมมูนิตี้ มอลล์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

นายโยซูเกะ ชิมานุกิ ประธานกรรมการ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา เป็นความร่วมมือกันระหว่างดองกิ ประเทศไทย และพันธมิตรหลัก บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีของลูกค้าในพื้นที่ โดยนับเป็นสาขาที่ 6 ของดองกิในประเทศไทย และเป็นสาขาแรกที่เปิดตัวในต่างจังหวัดอย่างเป็นทางการ ซึ่งเราเล็งเห็นว่าพื้นที่อำเภอศรีราชาตั้งอยู่ใกล้กับเมืองพัทยาอันเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังระดับโลก และยังเป็นย่านที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่หนาแน่นเป็นอันดับสอง รองจากกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ภายในศูนย์การค้า เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ คอมมูนิตี้ มอลล์ มีการตกแต่งในธีมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ รวมถึงมีร้านอาหารและร้านค้าสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยมมากมาย มีปริมาณผู้เข้าใช้พื้นที่มาก และเดินทางสะดวก โดยสาขาเจพาร์ค ศรีราชา ตกแต่งภายใต้แนวคิด ‘สาขาแรกในภาคตะวันออกของประเทศไทย’ จึงมีการจัดเตรียมสินค้าและบริการที่หลากหลายไว้เติมเต็มความต้องการที่หลากหลายของทุกคนในครอบครัว ตลอดจนมีการเปิดให้บริการร้านเซนเซนซูชิ ยอดนิยมจากดองกิ ฮ่องกง เป็นสาขาแรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์นักชิมในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว ซึ่งเราคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ตลอดจนช่วยถ่ายทอดความงดงามของวิถีชีวิต อาหาร และวัฒนธรรมในสไตล์ญี่ปุ่นให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างลงตัว”

ด้าน นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา “เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ กล่าวว่า “เจพาร์ค ศรีราชา มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรกับดองกิ ประเทศไทย ในการขยายสาขาสู่ต่างจังหวัดของดอง ดอง ดองกิในโซนภาคตะวันออก โดยคาดว่าจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้าใช้บริการภายในศูนย์การค้าได้เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจระหว่างกันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเรามองว่าลูกค้าในย่านศรีราชาเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง มีไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบตรงกับสินค้าและบริการของดองกิ จึงคาดว่าดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา จะช่วยเติมเต็มความต้องการสินค้าญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ รวมถึงช่วยยกระดับการช้อปปิ้งสไตล์ญี่ปุ่นของผู้บริโภคในย่านนี้ให้ได้รับความสะดวกสบาย และเข้าถึงการจับจ่ายสินค้าญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ”

สำหรับดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา นับเป็นสาขาที่ 6 และเป็นสาขาแรกในหัวเมืองโซนภาคตะวันออกของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซน New Town เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ คอมมูนิตี้ มอลล์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีพื้นที่ขายกว่า 2,050 ตารางเมตร

ภายในร้านแบ่งสินค้าออกเป็นโซนต่างๆ อาทิ โซนอาหารสด (ผักผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ อาหารพร้อมทาน) โซนขนม โซนของแห้ง โซนครัว และโซนเครื่องสำอาง โดยมีสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ตลอดจนสินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะดองกิเท่านั้นมากกว่า 12,000 ชนิด ในคอนเซ็ปต์ Japan Brand Specialty Store ที่ส่งต่อ ความอร่อย ความสบายใจ และดีต่อสุขภาพ ให้กับผู้บริโภค ตลอดจนโซนสินค้าไฮไลท์ต่างๆ เช่น โซนขนมหวาน ที่มีวาฟเฟิล ชูครีม และเค้กคาสเทลล่าสดใหม่จากผู้ผลิตขนมสไตล์ตะวันตก “MONTEUR” ซึ่งขึ้นชื่อในประเทศญี่ปุ่น, วากิวเสียบไม้แสนอร่อยของญี่ปุ่น และ “อิมะกะระ” ไก่ทอดสูตรดั้งเดิมของดองกิที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการประกวด Karaage Grand Prix ครั้งที่ 13 ตลอดจนสินค้าขายดีจากสาขาต่างๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของดองกิ ประเทศไทยที่มีการเปิดร้าน เซนเซนซูชิ เพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยไปกับซูชิยอดนิยมในแบบต้นตำรับ ซึ่งนอกจากลูกค้าจะเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งข้าวปั้นซูชิที่ทำจากน้ำส้มสายชูแดงและข้าวญี่ปุ่นที่หุงอย่างพิถีพิถัน รวมถึงวัตถุดิบสดใหม่ที่จัดหามาจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ ปลาแซลมอนที่มีให้บริการกว่า 10 ชนิดแล้ว ยังสามารถชมพ่อครัวปั้นซูชิได้อย่างใกล้ชิด และเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะด้วยขบวนรถไฟชินคันเซ็นจำลองพร้อมให้บริการด้วยรอยยิ้มและความจริงใจต่อลูกค้าทุกคน เพื่อส่งมอบประสบการณ์แบบญี่ปุ่นสู่ผู้บริโภคชาวไทยแบบเต็มเปี่ยมอีกด้วย โดยร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 24.00 น.

พิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวดอง ดอง ดองกิ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา กับโปรโมชั่นที่พลาดไม่ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DONKI ผ่าน App Store หรือ Google Play พร้อมลงทะเบียนเป็นสมาชิกดองกิให้เรียบร้อย ก็มีสิทธิ์ซื้อสินค้าตามโบรชัวร์ได้ในราคาพิเศษ อาทิ เนื้อ SAGA BEEF STEAK (RIBEYE) A5, เนื้อปลา Hon Maguro Set, องุ่น Shine Muscat และนม Hokkaido Tokesen

 

นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถเพิ่มแต้มสะสม Dmiles ได้ง่ายๆ เพียงให้คะแนนและรีวิวสินค้าที่ซื้อไป รวมถึงสามารถซื้อบัตรกำนัลมูลค่า 5,000 บาท รับเพิ่มอีก 500 บาทไปเลยทันที ตั้งแต่วันนี้ – 18 กันยายน 2565 เท่านั้น
ติดตามข่าวสาร รายละเอียดโปรโมชั่น และข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/DonDonDonkiTH หรือทางเว็บไซต์ www.dondondonki.com/th

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box