Recent Posts

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ

0 0
Read Time:3 Minute, 54 Second

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read The Legend” เปิดตำนานการอ่านไทย–โลก ชวนเที่ยวชมไฮไลท์ประวัติศาสตร์มีชีวิต ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดนิทรรศการดีๆ ที่น่านสนใจพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ ตำนาน ​ผ่าน 6 นิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Read The Legend เปิดตำนาน…การอ่านครั้งใหม่” ถ่ายทอดพัฒนาการหนังสือ ศาสนา และภูมิปัญญาไทยเชื่อมโยงสู่สากล เปิดให้ประชาชนเข้าชมตลอด 12 วัน ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ณ ฮอลล์ 5–8 ชั้น LG และห้องสัมมนา ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดนิทรรศการปีนี้แบ่งออกเป็น 3 แกนสำคัญ ครอบคลุมเรื่องประวัติศาสตร์ ตำนาน และพัฒนาการของหนังสือที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและสังคมไทย พร้อมเปิดพื้นที่ “Y Book Fair” เป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนศักยภาพวรรณกรรมไทยในฐานะพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดันความภูมิใจในความเป็นไทยสู่เวทีนานาชาติ

หนึ่งในนิทรรศการสำคัญ “แสงแห่งปัญญา ในสมเด็จพระพันปี” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ “แก้วจอมแก่น” และ “แก้วจอมซน” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สะท้อนบทบาทของการศึกษาในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทย

นิทรรศการ “อ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ” นำเสนอคัมภีร์ใบลานสมัยอยุธยา พระไตรปิฎกจารทองคำ หนังสือสมุดไทยเรื่องพระมาลัย และพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดแห่งชาติ พร้อมกิจกรรมเขียนใบลานและกิจกรรมเรียนรู้ผ่าน QR Code เพื่อสื่อสารองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาแก่ผู้เข้าชม

ขณะที่นิทรรศการ “จากวิถีแห่งศรัทธา สู่ภูมิปัญญาของยุคสมัย” ถ่ายทอดบทบาทมิชชันนารีในการนำเทคโนโลยีการพิมพ์และองค์ความรู้สมัยใหม่เข้าสู่ประเทศไทย พร้อมจัดแสดงหนังสือหายาก อุปกรณ์การพิมพ์ยุคแรก และพจนานุกรมเล่มแรกของไทย ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย

ด้าน “โครงการประกวดหนังสือระดับชาติ The Nur Award 2026 รางวัลจรัสแสง: มนุษยภาพและสังคมศาสตร์” เปิดพื้นที่ทางปัญญาสำหรับหนังสือด้านอิสลามและวิถีมุสลิมในสังคมไทย พร้อมจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานโบราณ และหนังสือสำคัญ 19 เล่มที่มุสลิมไทยควรอ่านสักครั้งในชีวิต

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ “Read the legend: หนังสือต้องห้าม (ลืม)” ถ่ายทอดประสบการณ์การอ่านรูปแบบ immersive ชวนสำรวจหนังสือทรงอิทธิพลในอดีต พร้อมกิจกรรม “Meet the legends” เปิดพื้นที่ให้นักอ่านได้พบปะนักเขียนอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น ร่วมกับคณะหุ่นเจ้าขุนทอง นำหุ่นมือในตำนานกลับมาสร้างสีสันผ่านการแสดง เวิร์กชอป และกิจกรรมพากย์เสียงตลอดระยะเวลาการจัดงาน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบโครงการ “หนังสือตรงใจ” เพื่อส่งต่อหนังสือคุณภาพสู่ผู้อ่าน

พร้อมกันนี้ ยังมีนิทรรศการ “Y book journey: ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่เทศ” นำเสนอพัฒนาการวรรณกรรม BL และ GL ของไทย พร้อมกิจกรรม Y Book Day และเวทีเสวนา 3 หัวข้อสำคัญ วันที่ 4 เมษายน 2569 ณ เวที Author’s Salon

รวมถึงนิทรรศการ “Little Read Universe: Legend Alive จักรวาลตำนานมีชีวิต” พื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่นและการอ่านสำหรับเยาวชน นิทรรศการ “CreaTHAIvity – ครีเอตไทยวิถี: ผลงานไทยในไต้หวัน” ที่นำเสนอหนังสือไทย 50 เรื่อง และผลงานภาพประกอบ 21 ชิ้นบนเวทีนานาชาติ ตลอดจนนิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก Read” ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของหนังสือไทยที่ได้รับการแปลเผยแพร่ในต่างประเทศ

อีกทั้งยังมีนิทรรศการ “เส้นทางพานแว่นฟ้า 25 ปี” โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนิทรรศการหนังสือดีเด่นประจำปี 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ร่วมสะท้อนพัฒนาการวรรณกรรมไทยในมิติการศึกษา สังคม และประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ยังจัดกิจกรรม “กระทรวงว่าการ นักอ่านมืออาชีพ” เฟ้นหาครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมขับเคลื่อนการสื่อสารสร้างกระแสการอ่านผ่านกิจกรรม “21 Miracle Challenge” และการประกวดสุดยอดนักอ่านมืออาชีพ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 185,000 บาท เพื่อจุดประกายให้การอ่านกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่

ผู้สนใจสามารถเที่ยวชมนิทรรศการสำคัญและกิจกรรมไฮไลท์ หนังสือ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดทั้งงาน ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ดัชชี่ จับมือ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพลำไส้คนไทย ผ่านแคมเปญ “เพื่อนซี้…ที่รู้ไส้” Season 2

ดัชชี่ จับมือ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพลำไส้คนไทย ผ่านแคมเปญ “เพื่อนซี้…ที่รู้ไส้” Season 2

0 0
Read Time:1 Minute, 21 Second

เพราะ “ลำไส้” คือหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่หลายคนมองข้าม แต่กลับมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกายอย่างมาก ล่าสุด “ดัชชี่” ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมดีๆ ภายใต้โครงการ “ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร…เพื่อคนไทย ลำไส้ต้องดี Season 2” ตอน “เพื่อนซี้…ที่รู้ไส้” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพลำไส้มากยิ่งขึ้น


ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่ทั้งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเรื่องลำไส้ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลลำไส้ รวมถึงการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ช่วยให้เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น

•   โซนเรียนรู้ลำไส้แบบเสมือนจริง
•   กิจกรรมเช็กสัญญาณเตือนของร่างกาย
•   คำแนะนำด้านโภชนาการและการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำเสนอเรื่อง “สุขภาพลำไส้” ในมุมมองใหม่ ให้เข้าใจง่าย เปรียบเสมือน “เพื่อนซี้” ที่คอยบอกและเตือนเราอยู่เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแคมเปญ “เพื่อนซี้…ที่รู้ไส้” ที่อยากให้ทุกคนหันมาฟังเสียงร่างกายของตัวเอง และเริ่มดูแลลำไส้ตั้งแต่วันนี้

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาคเอกชนและภาคการแพทย์ เพื่อผลักดันให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้อย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพลำไส้ได้ผ่านช่องทางของดัชชี่ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

เพราะลำไส้ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาว

#รพ.จุฬาภรณ์xดัชชี่ #ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไรเพื่อคนไทยลำไส้ต้องดี #เพื่อนซี้รู้ไส้ #Dutchie #กินดัชชี่ทุกวันลำไส้ดีทุกวัน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
บีบีดีโอ กรุงเทพ พลิกโฉมบทบาท CCO ร่วมกับ “เจิน – ภาธิดา อัครจินดานนท์” เผยวิถีครีเอทีฟยุคใหม่ที่ “เวิร์ค” ทั้งกับลูกค้าและทีม สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจของจริง

บีบีดีโอ กรุงเทพ พลิกโฉมบทบาท CCO ร่วมกับ “เจิน – ภาธิดา อัครจินดานนท์” เผยวิถีครีเอทีฟยุคใหม่ที่ “เวิร์ค” ทั้งกับลูกค้าและทีม สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจของจริง

0 0
Read Time:4 Minute, 22 Second

บีบีดีโอ กรุงเทพ (BBDO Bangkok) เอเจนซี่โฆษณาชั้นนำระดับภูมิภาคที่ให้บริการด้านการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ประกาศแต่งตั้ง “เจิน – ภาธิดา อัครจินดานนท์” ดำรงตำแหน่ง Chief Creative Officer (CCO) ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงผู้นำ แต่คือการสร้างนิยามใหม่ของวิถีครีเอทีฟในองค์กร โดยเปลี่ยนผ่านจากโครงสร้างแบบ Top-down สู่กลยุทธ์การสร้าง Precision Creative Ecosystem ที่เปิดกว้างและไร้รอยต่อ พร้อมขับเคลื่อนทีมงานให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยี ฐานข้อมูล และเครื่องมือจากเครือข่ายระดับโลกของ Omnicom เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มากกว่าการสร้างแรงบันดาลใจ แต่ต้องถูกออกแบบให้มีความแม่นยำและตอบโจทย์ผลลัพธ์ทางธุรกิจในทุกมิติ ซึ่งก้าวสำคัญในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็น “Growth-Driving Partner” หรือพันธมิตรผู้สร้างการเติบโตให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง

คุณสมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บีบีดีโอ กรุงเทพ กล่าวว่า “การแต่งตั้ง CCO ในครั้งนี้ไม่ใช่รูปแบบเดิมๆ ที่เราเคยเห็น ซึ่งนั่นคือความตั้งใจของเรา เราเชื่อว่างานที่ดีที่สุดในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ แต่มันเกิดขึ้นตลอดเส้นทางการทำงานร่วมกับลูกค้า เมื่อความคิดสร้างสรรค์ ฐานข้อมูล และเทคโนโลยีผสานเข้าด้วยกันเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่แท้จริง”

“ในวันที่ลูกค้าต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจมากกว่าที่เคย พวกเขาต้องการพาร์ตเนอร์ที่สามารถเป็นคู่คิด เป็นผู้สร้างสรรค์ และพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน ซึ่งคุณเจินเป็นผู้นำที่มีสไตล์การคุมทีมที่เปิดกว้าง เน้นการทำงานร่วมกัน และเชื่อมโยงเข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง โดยเมื่อผสานเข้ากับกลยุทธ์ Precision Creative ของเรา รวมถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายระดับโลกอย่าง Omnicom นี่คือกุญแจสำคัญที่จะใช้ปลดล็อกความสำเร็จและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับลูกค้าของเรา”


“เจิน – ภาธิดา อัครจินดานนท์” ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนวงการครีเอทีฟของประเทศไทย เธอมาพร้อมส่วนผสมที่หาได้ยากทั้งความคิดสร้างสรรค์ที่ไปได้ไกลถึงระดับโลกและความเฉียบคมทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างชื่อเสียงที่ไม่ใช่แค่การคว้ารางวัลบนเวทีระดับโลกอย่าง Cannes Lions, D&AD หรือ Spikes Asia แต่ยังมีความโดดเด่นในการสร้างไอเดียที่นำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในฐานะผู้นำครีเอทีฟที่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จทางธุรกิจ (Business-Centric Creative Leader) คุณเจินมีความเชี่ยวชาญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับโจทย์ทางธุรกิจ เปลี่ยนความท้าทายของแบรนด์ให้กลายเป็นไอเดียที่ทรงพลังในเชิงวัฒนธรรมและสร้างการเติบโตที่วัดผลได้จริง สไตล์การคุมทีมของคุณเจินให้ความสำคัญที่ความเปิดกว้าง (Openness) การเป็นเจ้าของร่วมกัน (Shared Ownership) และความคิดสร้างสรรค์แบบองค์รวม (Collective Creativity) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่ไอเดียงานครีเอทีฟจะมาจากทุกที่ โดยที่ทุกคนเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จไปด้วยกัน

คุณภาธิดา อัครจินดานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ บีบีดีโอ กรุงเทพ กล่าวว่า “บทบาทของเจินไม่ใช่แค่การเป็นผู้นำที่ทำหน้าที่คุมงาน แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำให้งานเกิดขึ้นจริง เจินต้องการสร้างทีมที่ทุกคนรู้สึกมีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ที่ที่ทุกไอเดียจะถูกท้าทายและต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือการให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนั้นด้วยกลยุทธ์ Precision Creative เรากำลังดึงเอาคนเก่ง ฐานข้อมูล และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาสร้างสรรค์ไอเดียที่ไม่ใช่แค่โดดเด่น แต่ต้องขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง นั่นคือวิธีที่เราสร้างงานที่นอกจากจะยืนหนึ่งแล้ว ยังต้องตอบโจทย์ลูกค้าด้วย”

การพลิกโฉมบทบาทผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ในครั้งนี้ บีบีดีโอ กรุงเทพ ยังคงตอกย้ำจุดยืนในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ พร้อมส่งมอบงานครีเอทีฟที่ทั้งโดดเด่นและสร้างขึ้นอย่างแม่นยำเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา “เจิน –  ภาธิดา อัครจินดานนท์” มีประสบการณ์ในสายงานครีเอทีฟจากเอเจนซี่ชั้นนำระดับโลกมากมาย ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน รวมถึงการเป็นผู้นำทีมครีเอทีฟรุ่นใหม่ของ Wolf BKK กับตำแหน่ง Executive Creative Director ก่อนที่จะกลับมาที่ บีบีดีโอ กรุงเทพ อีกครั้ง ในฐานะ Chief Creative Officer ซึ่งในปัจจุบัน เธอเป็นครีเอทีฟที่มีคะแนนติดอันดับที่ 3 จากการจัดอันดับของ Top 10 Most Awarded Creatives in Thailand และครองอันดับที่ 30 ของ Asia’s Top 100 Most Awarded Creatives และเป็นครีเอทีฟหญิงที่มีอันดับสูงที่สุดในประเทศไทยจาก Asia’s Top 40 Most Awarded Women in Advertising จาก Campaign Brief Asia ในปี 2569

โดยสร้างผลงานให้กับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ KFC Thailand, Central Department Store, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ HBO Max Asia รวมถึงยังเคยได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก อาทิ Clio, One Show, Cannes Lions และ D&AD และล่าสุดกับ Grand LIA (2024) และ Grand Prix จาก PHNX Awards (2025) รวมไปถึงการคว้ารางวัล Grand Prix of the Year ครั้งแรกของประเทศไทยบนเวที MAD Stars Awards (2025)

#BBDOBangkok #DoBigThings

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box