Recent Posts

ไอคอนสยาม ชวนฟังเสียงที่ดังที่สุดในความเงียบ ผ่านนิทรรศการ “The Loudest Silence” นำเสนอ 31 ผลงานศิลปะจากศิลปินหูหนวก พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อทุกคน

ไอคอนสยาม ชวนฟังเสียงที่ดังที่สุดในความเงียบ ผ่านนิทรรศการ “The Loudest Silence” นำเสนอ 31 ผลงานศิลปะจากศิลปินหูหนวก พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อทุกคน

0 0
Read Time:2 Minute, 39 Second

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในพื้นที่จัดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week 2026 ร่วมกับ DeafSync กลุ่มเยาวชนผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน และ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย (Goethe-Institut Thailand) จัดนิทรรศการ “The Loudest Silence” โชว์ผลงานศิลปะร่วมสมัย 31 ชิ้นงาน จากศิลปินหูหนวกทั่วประเทศไทย พร้อมกิจกรรมหลากหลาย ระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8

การจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินคนหูหนวกได้โชว์ศักยภาพในสังคมที่เปิดกว้าง ตอกย้ำความตั้งใจของไอคอนสยามในการสนับสนุนให้ศิลปินทุกคนได้มีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเท่าเทียม

นิทรรศการ “The Loudest Silence” มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนความเงียบ ซึ่งสังคมมักมองว่าเป็นข้อจำกัด ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสื่อสารและการเชื่อมโยง ผ่านสื่อกลางอย่างศิลปะ เพื่อให้ผู้คนได้มองเห็นและยอมรับในศักยภาพของผู้พิการทางการได้ยิน ตลอดจนสนับสนุนความสามารถและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับศิลปินคนหูหนวกอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งใจออกแบบประสบการณ์ภายในงานให้ผู้ชมทุกกลุ่มเข้าถึงได้ ผ่านการสื่อสารที่เป็นมิตรต่อผู้พิการทางการได้ยิน มีล่ามภาษามือประจำกิจกรรม และยังเน้นการจัดพื้นที่ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม โดยในงานมีไฮไลต์มากมาย อาทิ

นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินหูหนวก ที่รวบรวมผลงานศิลป์ในหลากหลายรูปแบบ จำนวน 31 ชิ้นงาน จากศิลปินทั่วประเทศไทย ซึ่งล้วนถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ชีวิต อัตลักษณ์ และมุมมองต่อโลกผ่านศิลปะได้อย่างลึกซึ้ง มาจัดแสดงให้ได้เห็นศักยภาพของศิลปิน และทลายกำแพงแห่งความเงียบเพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกสู่ใจผู้เข้าชม
• “Artist Voice” เปิดเวทีให้ศิลปินได้ถ่ายทอดเรื่องราวและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยใช้ภาษามือเป็นภาษาหลัก พร้อมล่ามแปลเสียง เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงทั้งเนื้อหาและบริบทชีวิตของศิลปินอย่างเท่าเทียม
• “Live Painting” ภายในงานได้จัดโชว์พิเศษ การวาดภาพสดร่วมกันระหว่างศิลปินคนหูหนวกและศิลปินรับเชิญ (Peakkyboo) ซึ่งจะเผยให้เห็นกระบวนการสื่อสารและการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ระหว่างโลกของการได้ยินและโลกของความเงียบ
• “ECO-FLOWER WORKSHOP” กิจกรรมที่เปิดให้ผู้สนใจได้ร่วมลงมือทำ สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์ และนำผลงานกลับบ้านทุกวันตลอดการจัดงาน ระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2569 วันละ 3 รอบ (จำกัดผู้ร่วมเวิร์กช็อป 10 คนต่อรอบ) สามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ทาง: https://forms.gle/1pwdHyHFvmsJBxPx9

ท่ามกลางผู้พิการทางการได้ยินกว่า 400,000 คนในประเทศไทย ยังมีศิลปินผู้เปี่ยมพรสวรรค์อีกมากมายที่รอคอยการมองเห็น ไอคอนสยาม, DeafSync และ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย จึงมุ่งหวังให้นิทรรศการ “The Loudest Silence” เป็นแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนเสียงเงียบให้เป็นพลังสร้างสรรค์ เพื่อลดช่องว่างทางความรู้สึก สร้างโอกาสทางอาชีพที่ยั่งยืน และแสดงให้เห็นว่า ศิลปะคือภาษาสากลที่ทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึงและถ่ายทอดได้

มาร่วมเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อผู้พิการทางการได้ยิน สัมผัสพลังแห่งการสร้างสรรค์ และมอบโอกาสให้ศิลปินในความเงียบได้ฉายแสงไปด้วยกัน ในนิทรรศการ “The Loudest Silence” เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 27-31 มกราคม 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONSIAM หรือสอบถามโทร.1338

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“HELLO! Taste Awards 2026” งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ยกย่องรสชาติแห่งปี เฉลิมฉลองพลังสร้างสรรค์ของวงการอาหารและบาร์ไทย พร้อมเปิดตัวนิตยสารฉบับพิเศษ HELLO! Taste Guide 2026

“HELLO! Taste Awards 2026” งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ยกย่องรสชาติแห่งปี เฉลิมฉลองพลังสร้างสรรค์ของวงการอาหารและบาร์ไทย พร้อมเปิดตัวนิตยสารฉบับพิเศษ HELLO! Taste Guide 2026

0 0
Read Time:5 Minute, 17 Second

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ร่วมกับ Scarlet M Card Platinum M Card และบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa, นมตรามะลิ, HIBIKI Suntory Whisky และ Flying Goose ต้นตำรับซอสศรีราชา จัดงานประกาศรางวัลครั้งสำคัญแห่งปีสำหรับวงการอาหารของไทย “HELLO! Taste Awards 2026” ยกย่องร้านอาหารและบาร์ที่มีความโดดเด่นครองใจเหล่านักชิมในรอบปี พร้อมเปิดตัวนิตยสารฉบับพิเศษ HELLO! Taste Guide 2026 คัมภีร์นักชิมที่รวบรวมทำเนียบร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหารมาร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม เดอะ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

ภายในงาน คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย เผยถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ได้จัดทำ HELLO! Taste Guide เป็นประจำทุกปี ไม่เพียงเพื่อแนะนำที่สุดของร้านอาหาร แต่ยังหวังให้เป็นบันทึกทางวัฒนธรรมการกินดื่มที่สะท้อนว่าวงการอาหารและบาร์ไทยไม่มีวันซบเซา ซึ่งปีนี้นับเป็นอีกปีที่เราได้เห็นความคึกคักและสีสันในแวดวงร้านอาหาร โดยมีจำนวนร้านที่ได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ ทั้งร้านระดับตำนานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และร้านหน้าใหม่กลุ่ม Rising Star ฉายภาพให้เห็นว่า วงการอาหารไทยยังคงเต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และการสนับสนุนจากเหล่านักชิม เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ HELLO! Taste Guide 2026 จึงได้มีการจัดงาน HELLO! Taste Awards 2026 ขึ้น เพื่อยกย่องร้านอาหารและบาร์แห่งปีที่โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์การรับประทานอาหาร ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนวงการอาหารไทยให้เติบโตต่อไป”

ด้าน คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด พันธมิตรหลักที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน HELLO! Taste Awards มาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน HELLO! Taste Awards 2026 และขอแสดงความยินดีกับทุกร้านอาหารและบาร์ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ความร่วมมือระหว่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป และนิตยสาร HELLO! ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการมีแนวคิดและเป้าหมายเดียวกันในการสนับสนุนและยกระดับวงการอาหารไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรง เพราะเราเชื่อมั่นว่าวงการอาหารและไลฟ์สไตล์ของไทยมีศักยภาพในระดับสากล และการร่วมมือกันในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน”


ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยเสน่ห์แห่งรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจจากแวดวงอาหารของไทย โดยมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายให้ผู้เข้าร่วมงานได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความอร่อยที่แสนพิเศษ อาทิ การจัดแสดงประติมากรรมขนมหวานภายใต้คอนเซ็ปต์ “BLOOM STATE” การลิ้มรสความหมายของช่วงเวลาที่ดีที่สุด จากการรังสรรค์ของ คุณทิพวรรณ ฟูวงศ์เจริญ ผู้ก่อตั้งร้าน Emie, Creative Bakery นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม DIY Tacos พร้อมบูธถ่ายรูปเก๋ ๆ จาก Flying Goose Sriracha Sauce และลิ้มรสเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ The Oriental Brew Atelie ที่เกิดจากความร่วมมือของ Scarlet M Card Platinum M Card และ Little Hideout Pâtisserie ในการนำชาและกาแฟมาเสิร์ฟในรูปแบบม็อคเทลรสชาติสดชื่น รวมถึงไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้กับการชิมเมนู Signature Dish จากร้านอาหารชั้นนำที่ได้รับรางวัลในปีนี้


สำหรับการมอบรางวัล HELLO! Taste Awards 2026 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก รวมทั้งสิ้น 35 รางวัล ได้แก่ รางวัลกลุ่ม Editors’ Choice (17 รางวัล) ซึ่งคัดเลือกความอร่อยอย่างพิถีพิถันโดยกองบรรณาธิการนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย และรางวัลกลุ่ม Celebrities’ Choice (18 รางวัล) ที่มาจากคะแนนโหวตของเหล่าเซเลบริตี้ผู้หลงใหลในรสชาติอันเลิศรส โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ซึ่งล้วนเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงอาหารและไลฟ์สไตล์ร่วมตัดสิน อาทิ คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย, คุณพลอยดี จันทรสมบูรณ์ Social Director และ Digital Managing Editor นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย, คุณเจย์ สเปนเซอร์ Celebrity ผู้มี Lifestyle โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ และเป็นนักชิมตัวยง, คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, คุณปิยะดา ปุณณกิติเกษม Food Influencer เจ้าของ Instagram Account ชื่อดัง PP GALLERY และ คุณชลทิพย์ ระยามาศ Food Influencer เจ้าของ Instagram Account ชื่อดัง EAT AND SHOUT

โดยร้านที่ได้รับรางวัล HELLO! Taste Awards 2026 ในกลุ่ม Editors’ Choice ได้แก่

·    Biscotti – รางวัลสาขา Italian Cuisine
·    Blue Elephant Cooking School & Restaurant – รางวัลสาขา Legendary
·    China Palace Chinese Cuisine – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    FishHouse Restaurant & Bar – รางวัลสาขา Destination
·    HEI YIN – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    HONG’s Chinese Restaurant & Sky Bar – รางวัลสาขา Destination
·    House of Emily – รางวัลสาขา Modern Thai
·    KiSara – รางวัลสาขา Omakase
·    Klang Soi Restaurant – รางวัลสาขา Legendary
·    Nimitr Restaurant & Rooftop Bar – รางวัลสาขา Thai-Thai
·    Pink Tender Restaurant & Catering – รางวัลสาขา Meat Feast
·    Red Sky Restaurant – รางวัลสาขา European Cuisine
·    Shang Palace Chinese Restaurant – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    The Moon Hong Kong Cuisine – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    Spice Market – รางวัลสาขา Thai-Thai
·    Xian Yuan – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    Yuzu Omakase – รางวัลสาขา Omakase

ร้านที่ได้รับรางวัล HELLO! Taste Awards 2026 ในกลุ่ม Celebrities’ Choice ได้แก่

·    Anne-Sophie Pic At Le Normandie – รางวัลสาขา Fine Dining
·    Chai Jia Chai – รางวัลสาขา Find Dining
·    Colette Bangkok – รางวัลสาขา French Cuisine
·    Cross – รางวัลสาขา Fine Dining
·    Elements, Inspired by Ciel Bleu – รางวัลสาขา French Cuisine
·    Hanare by Kitaohji – รางวัลสาขา Omakase
·    Hashiri – รางวัลสาขา Omakase
·    Khao San Sek – รางวัลสาขา Thai-Thai
·    Liang Tang Chai Shabu – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    Madison Steak Avenue – รางวัลสาขา Meat Feast
·    Purple Laurel – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    Restaurant I-Sang – รางวัลสาขา Fine Dining
·    R-HAAN – รางวัลสาขา Fine Dining
·    Riva del Fiume Ristorante – รางวัลสาขา Italian Cuisine
·    Shokudo Maeno – รางวัลสาขา Japanese Cuisine
·    Somboon Seafood – รางวัลสาขา Legendary
·    Spider Collection – รางวัลสาขา Chinese Cuisine
·    Sushi Ichizu – รางวัลสาขา Omakase

นับได้ว่างาน HELLO! Taste Awards 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการประกาศรางวัล ยังเป็นการเฉลิมฉลองให้กับพลังสร้างสรรค์ของวงการอาหารและบาร์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ความหลากหลาย และความแข็งแรงของอุตสาหกรรมอาหารไทย สำหรับนักชิมและผู้พิสมัยในรสชาติความอร่อย สามารถติดตามสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปีได้ในหนังสือ HELLO! Taste Guide 2026 วางจำหน่ายแล้วในร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
8 อัญมณีวรรณกรรมสตรีเอเชีย บนเวทีระดับสากลของรางวัลชมนาดอินเตอร์

8 อัญมณีวรรณกรรมสตรีเอเชีย บนเวทีระดับสากลของรางวัลชมนาดอินเตอร์

0 0
Read Time:9 Minute, 46 Second

ที่สุด การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 หรือที่เรียกว่า “ชมนาดอินเตอร์” ดำเนินการมาถึงโค้งสุดท้าย หลังจากคณะกรรมการทำงานอย่างหนักมาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ในการคัดสรรเฟ้นหาสุดยอดผลงานนวนิยายจากนักเขียนสตรีอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ล่าสุด เตรียมประกาศรายชื่อผลงานนวนิยาย 8 เล่มที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ ร้านหนังสือ Asia Books สาขาไอคอนสยามภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนพลังของผู้หญิงและวรรณกรรม ได้แก่ เวทีเสวนา “พลังของผู้หญิงที่เปลี่ยนความรุนแรงให้เป็นสันติภาพ” พิธีประกาศผลและมอบรางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” ประจำปี 2025 เชิดชูนักเขียนหญิงผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ พิธีประกาศการเผยแพร่ผลงานผู้ชนะสู่ระดับโลก เพื่อให้วรรณกรรมหญิงได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ

 

การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสนับสนุนงานประพันธ์ที่มีคุณภาพของนักเขียนสตรีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยรากฐานจากรางวัลชมนาดภาษาไทย (ก่อตั้งเมื่อปี 2551) การขยายสู่ระดับนานาชาตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการส่งเสริมพลังเสียงของนักเขียนไทยและนักเขียนนานาชาติ ผ่านการยอมรับทางวรรณกรรมและการแปล

นอกจากการจัดประกวดรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ซึ่งเป็นเวทีเดียวที่เปิดพื้นที่ให้กับนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ ผ่านงานวรรณกรรมที่มีคุณค่า ตีพิมพ์ เผยแพร่ สู่สายตานักอ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด ร่วมกันจัดประกวด “ชมนาดอินเตอร์” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเกินความคาดหมาย ผลงานจากนักเขียนหญิงกว่า 70 ผลงาน จากหลายประเทศในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน โดยทีมงานจากสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้เดินทาง Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายวรรณกรรมหญิงระดับนานาชาติ ถือเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเป็นแรงบันดาลใจให้การประกวดในปีต่อๆ ไปเติบโตอย่างมั่นคง

คุณอาทร เตชะธาดา ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด กล่าวถึง Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ว่า รางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในการขยายพลังแห่ง “ชมนาด” รางวัลวรรณกรรมหญิงไทยที่มีชื่อเสียง สู่ระดับสากลแท้จริง เพื่อเปิดเวทีให้นักเขียนหญิงทั่วโลกได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองต่อสังคม ผ่านพลังของถ้อยคำที่สื่อสารความงดงามของความเป็นมนุษย์ และการแสวงหาความหมายของชีวิตปัจเจกและสังคมโลกอย่างจริงจัง

เกณฑ์การพิจารณาผลงานประเมินจากความเป็นเลิศทางวรรณกรรม ความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม ผลกระทบทางสังคม และการมีส่วนร่วมโดยรวมของผลงานในการเสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรมของภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และสังคมร่วมสมัย ด้วยความเชื่อว่าการอ่านเรื่องราวของผู้หญิงจะช่วย เสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรม เสริมสร้างพลังให้แก่เสียงของคนรุ่นใหม่ และสร้างภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ผลงานนวนิยายที่ได้รับการคัดเลือกว่าดีเด่นที่สุดจะได้รับรางวัล 500,000 บาท ส่วนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ผู้ชนะแต่ละรายจะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท ผลงานที่ได้รับรางวัลจะมีการแปลเป็นภาษาไทย โดยมีการทำสัญญาลิขสิทธิ์เป็นระยะเวลา 5 ปีสำหรับฉบับภาษาไทย ซึ่งจะช่วยให้ผลงานเข้าถึงผู้อ่านชาวไทยและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเพื่อยกระดับการมองเห็นของนักเขียนหญิงจากอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน

“รางวัลนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งเสียงของผู้หญิงให้ดังไกลไปทั่วโลก สะท้อนบทบาทของสตรีในฐานะผู้สร้างสรรค์ ผู้เปลี่ยนผ่าน และผู้ขับเคลื่อนสังคม ผ่านวรรณกรรมที่ปลุกพลังแห่งสันติภาพ ความเท่าเทียม และความเข้าใจในความหลากหลายของผู้คน “ชมนาดอินเตอร์” จึงไม่เพียงเป็นการประกวดวรรณกรรม หากแต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของสตรีทั่วโลก ว่าความคิด เสียง และจินตนาการของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนโลกได้จริง “ชมนาดอินเตอร์” จึงเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังแห่งปัญญา ความอ่อนโยน และความเข้มแข็งของผู้หญิงในทุกมิติ”


ภายในงาน คุณรสนา โตสิตระกูล นักเขียน นักแปล และนักเคลื่อนไหวทางสังคม กล่าวถึง การอ่านช่วยให้เสียงของผู้หญิงมีพลังอย่างไร ว่า เป็นความเชื่อของคนมาแต่โบราณว่าอย่าให้ผู้หญิงอ่านหนังสือ เพราะอ่านแล้วจะไม่เชื่อง ผู้หญิงจึงถูกกดให้เป็นพลเมืองชั้น 3 โดยเฉพาะในอินเดียสมัยก่อนผู้หญิงแตะคัมภีร์พระเวทไม่ได้เลย ดังคำกล่าวของฟรานซิส เบคอน ที่ว่า ‘ความรู้คืออำนาจ’ ดิฉันเชื่อว่าการอ่านหนังสือเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ ยกตัวอย่าง หนังสือมีอิทธิพลกับตัวเองมาก แม้แต่ความคิดต่างๆ การเป็นนักเคลื่อนไหวสังคมก็มาจากการอ่านหนังสือ  “การอ่านของผู้หญิงมีพลังมาก ที่สำคัญผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นครรโภทรของโลกเท่านั้น แต่เป็นครรโภทรของสังคมใหม่ที่ยุติธรรม ของสังคมที่ดีงามเพื่อให้เป็นที่อยู่ของลูกๆ และมนุษยชาติที่มาจากเธอ จินตนาการที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดจากผู้หญิงที่อ่านหนังสือเท่านั้น”


งานนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ในการคัดเลือกและตัดสิน ดำเนินการโดยคณะกรรมการด้านวรรณศิลป์และอุตสาหกรรมหนังสือ ซึ่งได้มีมติเอกฉันท์ยกให้หนังสือทั้ง 8 เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นสุดยอดวรรณกรรมที่คู่ควรแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการประกอบด้วย  รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ   กล่าวว่า “เป็นรางวัลที่สนับสนุนนักเขียนสตรี จะเห็นว่าผู้หญิงในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ซึ่งมีพลังในการเล่าเรื่องมาก เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นอย่างหาอ่านยาก เป็นครั้งแรกที่รวบรวมเสียงของสตรีที่ไม่ได้เขียนเพียงเรื่องราวของตัวเอง แต่เป็นบทบาทของสตรีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมของตัวเอง ต่อความเป็นสตรี เป็นงานที่มีคุณภาพจริงๆ ครั้งนี้เราเริ่มที่จะสนับสนุนเสียงของสตรีให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ตอบรับในความหลากหลาย เป็นหนังสือที่เข้มข้นและน่าอ่าน”


รศ. สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก กล่าวว่า “Chommanard International Women’s Literary Award เป็นรางวัลแรกของนักเขียนผู้หญิงในภูมิภาคอาเซียนและจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ทุกผลงานล้วนมีคุณภาพ หลายคนเป็นนักเขียนระดับภูมิภาคระดับโลก เป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก ไม่เคยมีใครจัดมาก่อน เป็นอนาคตอันดีของนักเขียนสตรีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีน โดยเฉพาะเป็นการส่งเสริมนักเขียนไทยด้วย ส่งเสริมให้เยาวชนได้เห็นคุณภาพของงานเขียนที่ดียิ่ง”


คุณเกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ กล่าวว่า “รางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่มีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีนด้วยที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดร่วมกัน ที่สำคัญคือเป็นงานที่ผู้หญิงเขียน เป็น Woman Power เป็นเสียงที่จะขับเคลื่อนโลก รับรองว่าแต่ละเล่มล้วนดี มีคุณภาพมากๆ”

คุณธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ครั้งนี้เป็นรางวัลระดับนานาชาติ ได้รับความสนใจจากนักเขียนและสำนักพิมพ์นานาชาติมากมาย ต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์ ธนาคารกรุงเทพ ที่ให้คุณค่ากับวรรณกรรมที่ผู้หญิงเป็นคนเขียน อย่างท่านเหมาเจ๋อตุงว่า สตรีแบกโลกนี้ไว้ครึ่งหนึ่ง การมีรางวัลวรรณกรรมของสตรีเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เป็นการส่งเสริมบทบาทของสตรีในวรรณกรรมให้มีความโดดเด่นและสำคัญมากยิ่งขึ้น”


โดยพิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้เข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย  ได้แก่

8 นวนิยาย Shortlist ที่สะท้อนเสียงสตรีเอเชีย

1) Tongueless

Author: Lau Yee Wa (Hong Kong) นวนิยายที่สะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงยุคเปลี่ยนผ่าน ผ่านชีวิตของ “หลิง” ครูหญิงที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภาษา อำนาจ และการเมือง จากระบบการศึกษาที่หันไปยึดภาษาจีนกลางเป็นศูนย์กลาง ความสามารถในการ “พูด” จึงกลายเป็นเครื่องมือแห่งการอยู่รอดเรื่องราวเผยให้เห็นการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และการทรยศในพื้นที่การทำงาน พร้อมตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ เสรีภาพ และราคาที่ผู้หญิงต้องจ่ายเพื่อความก้าวหน้าในสังคมที่กฎเกณฑ์กำลังถูกเขียนใหม่

2) Taiwan Travelogue

Author: Yáng Shuāng-zǐ(Taiwan) นวนิยายที่เล่าเรื่องการเดินทางในไต้หวันยุคอาณานิคม ผ่านสายตาของนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นและล่ามสาวชาวไต้หวัน ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างหญิงสองคนค่อย ๆ เผยให้เห็นความซับซ้อนของอำนาจ อัตลักษณ์ และความใกล้ชิดส่วนตัว อาหาร การเดินทาง และบทสนทนา กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความปรารถนาส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างทางการเมือง นวนิยายเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในไต้หวัน และชนะรางวัล Golden Tripod Award อันทรงเกียรติ

3) Chinatown

Author: Doan Anh Thuân (Vietnam) นวนิยายเชิงทดลองที่เล่าเรื่องผ่านกระแสสำนึกของหญิงชาวเวียดนามในฝรั่งเศส ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก การอพยพ และการเมือง ถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน “ไชน่าทาวน์” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความพลัดพราก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่แตกแยก เรื่องเล่าตั้งคำถามต่อการเป็นคนนอก การนิยามตัวตน และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จางหาย

4) Memories of the Memories of the Black Rose Cat

Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand) มหากาพย์ครอบครัวของผู้อพยพชาวจีนในสังคมไทย เล่าเรื่องหลายชั่วอายุคนที่ต้องเผชิญทั้งความรัก ความหวัง ความสูญเสีย และความผิดพลาดของมนุษย์นวนิยายขุดลึกถึงรากของโศกนาฏกรรมในชีวิต ที่เกิดจากความโลภ ความอิจฉา และความไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของ “ความทรงจำ” และผลของการตัดสินใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

5) The Mountains Sing

Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam) เรื่องเล่าข้ามรุ่นของครอบครัวชาวเวียดนาม ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิงในครอบครัว นวนิยายถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความอดทน และพลังของความเมตตา โดยมุ่งเน้น “ต้นทุนมนุษย์” ของสงคราม มากกว่าชัยชนะหรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นผลงานนวนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกของกวีชื่อดังเวียดนาม

6) The Age of Goodbyes

Author: Li Zi Shu (Malaysia) นวนิยายหลายชั้นที่ผสมผสานการเล่าเรื่องเชิงทดลอง เพื่อสำรวจความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยอำนาจ ฉากหลังคือเหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในมาเลเซียปี 1969 เรื่องราวสะท้อนผลกระทบของความรุนแรงทางการเมืองต่อชีวิตส่วนบุคคล และตั้งคำถามถึงสิ่งที่ถูกจดจำ สิ่งที่ถูกลบ และสิ่งที่ถูกทำให้เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์

7) Mountains More Ancient

Author: Isna Marifa (Indonesia) นวนิยายที่เปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านสายตาของเด็กหญิงชาวชวาที่ถูกพรากจากบ้านเกิดเรื่องเล่าถ่ายทอดความสูญเสีย การยึดมั่นในอัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ท่ามกลางระบบกดขี่ เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่นำเสนอประวัติศาสตร์ส่วนนี้อย่างเด่นชัด และเปี่ยมด้วยความละเมียดทางอารมณ์

8 ) The Sea Speaks His Name

Author: Leila S. Chudori (Indonesia) นวนิยายที่บอกเล่าเรื่องการอุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมืองในอินโดนีเซีย และการต่อสู้ของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรื่องราวสะท้อนการแสวงหาความจริง ความยุติธรรม และการไม่ยอมให้ความทรงจำถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ เป็นงานเขียนที่ทรงพลังทั้งในเชิงการเมืองและมนุษยธรรม


วรรณกรรมหญิงเอเชียบนเวทีโลก ทั้ง 8 ผลงาน ที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist ของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ไม่เพียงเป็นนวนิยายน่าอ่าน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมเอเชีย ผ่านเสียงของนักเขียนสตรีที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ความทรงจำ และอัตลักษณ์  รางวัลชมนาดอินเตอร์จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือพื้นที่ที่ทำให้วรรณกรรมหญิงเอเชียได้ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรม และการรับรู้ สู่เวทีวรรณกรรมระดับสากลอย่างแท้จริง

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box