Recent Posts

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) รายงานการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ และความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งในปี 2568

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) รายงานการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ และความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งในปี 2568

0 0
Read Time:6 Minute, 46 Second
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) สร้างสถิติผลงานด้านการพัฒนาเป็นปีที่สามติดต่อกันด้วยการลงนามข้อตกลงใหม่เกือบ 200 โครงการ เพิ่มจำนวนห้องพักกว่า 28,000 ห้อง

สิงคโปร์, 13 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัท แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (NASDAQ: MAR, “Marriott”) ได้ประกาศในวันนี้ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) ของบริษัทได้สร้างผลงานโดดเด่นอีกหนึ่งปี ทั้งในด้านการเติบโตและการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในปี 2568 ซึ่งนับเป็นปีที่สามติดต่อกันที่ภูมิภาคสามารถทำสถิติสูงสุดด้านการพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องจากเจ้าของโรงแรมและนักพัฒนาโครงการในตลาดที่หลากหลาย

ราจีฟ เมนอน ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) บริษัท แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า

“ผลการดำเนินงานที่ทำสถิติใหม่ในปี 2568 เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของกลไกการเติบโตของแมริออททั่วทั้งภูมิภาคและความเชื่อมั่นที่ยาวนานของเจ้าของโรงแรมที่มีต่อแบรนด์และแพลตฟอร์มการดำเนินงานของเรา ความต้องการเดินทางทั้งภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงพอร์ตโฟลิโอที่กระจายตัวอย่างเหมาะสม ทำให้เราสามารถขยายการเติบโตอย่างมีเป้าหมายในหลายตลาด หลายกลุ่มนักเดินทาง และหลากหลายโมเดลการพัฒนาได้ ในระหว่างที่เราขยายโรงแรมสู่จุดหมายปลายทางใหม่ๆที่กำลังเติบโต และเร่งเดินหน้าด้านการรีแบรนด์และข้อตกลงหลายโครงการ เราจะยังคงมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับเจ้าของโรงแรม พร้อมกับมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นและตอบโจทย์นักเดินทางในยุคปัจจุบัน”


การพัฒนาโครงการและการขยายแผนงาน (Development Activity and Pipeline Expansion)

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC) บรรลุการลงนามพัฒนาโครงการในระดับสถิติสูงสุดเป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยมีการลงนามโครงการใหม่จำนวน 187 โครงการ คิดเป็นมากกว่า 28,000 ห้องในปี 2568 เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากเจ้าของโรงแรมต่อพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่หลากหลาย และแพลตฟอร์มการดำเนินงานของแมริออท ปิดท้ายปีด้วยจำนวนโรงแรมมากกว่า 400 แห่ง และห้องพักกว่า 86,000 ห้องในแผนการพัฒนาโครงการ

การรีแบรนด์และการปรับโครงการเข้าสู่ระบบแมริออทยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยคิดเป็น 35% ของจำนวนข้อตกลงทั้งหมด ตอกย้ำถึงคุณค่าที่แมริออทมอบให้แก่เจ้าของโรงแรมที่มองหาความรวดเร็วในการเปิดดำเนินการและการเข้าถึงระบบเครือข่ายสินค้าระดับโลกที่มีประสิทธิภาพสูง ข้อตกลงแบบหลายโครงการ (multi-unit agreements) ยังมีบทบาทสำคัญ คิดเป็นเกือบ 30% ของข้อตกลงทั้งหมด สะท้อนความต้องการของเจ้าของโรงแรมในการขยายพอร์ตโฟลิโอในหลากหลายตลาด และหลายกลุ่มนักเดินทาง ภายใต้แพลตฟอร์มการบริการแบบครบจบในที่เดียว

ห้าตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก (APEC) โดยพิจารณาจากจำนวนข้อตกลงที่ลงนามในปี 2025 ได้แก่ อินเดีย ไทย เวียดนาม มาเลเซีย และญี่ปุ่น โดยอินเดียทำสถิติใหม่ด้วยจำนวนข้อตกลงสูงที่สุดที่ 99 โครงการ คิดเป็นมากกว่า 12,000 ห้อง

ในปี 2568 แมริออทได้เปิดตัวแบรนด์ Series by Marriott™ ผ่านข้อตกลงแบบหลายโครงการครั้งแรกในอินเดีย ส่งผลให้มีการรีแบรนด์โรงแรม 26 แห่งเข้าสู่แบรนด์ภายในวันเดียว เพิ่มจำนวนห้องพักประมาณ 1,900 ห้องให้กับพอร์ตโฟลิโอทันที เมื่อสิ้นสุดปี 2568 มีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 37 แห่ง (ประมาณ 2,600 ห้อง) ใน 23 เมืองทั่วอินเดีย โดยดำเนินงานภายใต้ชื่อ Fern Hotels & Resorts, Series by Marriott โดยพอร์ตโฟลิโอนี้ถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในระดับสากลครั้งแรก สะท้อนคอลเลกชันของโรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ท้องถิ่น และตอกย้ำความสามารถของแมริออทในการขยายแบรนด์ที่สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว


ทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในหลากหลายกลุ่มตลาด (Brand Momentum Across Segments)

กลุ่มลักซ์ชัวรี่ (Luxury) ยังคงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในปี 2568 โดยคิดเป็นประมาณ 19% ของจำนวนห้องพักของโครงการที่ลงนามในปี 2568 โดยแบรนด์ที่มีจำนวนดีลลงนามสูงสุด ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท (JW Marriott)  เดอะ ริซท์ คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton) และ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น (Luxury Collection) ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัย “Intentional Traveler” ของแมริออทยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการระยะยาวที่แข็งแกร่งจากกลุ่มนักเดินทางระดับไฮเอนด์ ซึ่งให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกับสุขภาพ การปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับรายบุคคล และการเดินทางที่มีเป้าหมายชัดเจน

บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับการพัฒนาด้านลักชัวรี ทั้งในเมืองและจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อน โดยมีการลงนามโครงการสำคัญในปี 2568 ได้แก่:

          • JW Marriott Hotel Johor Bahru (คาดว่าเปิดปี 2570) – การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในรัฐยะโฮร์ตอนใต้ของมาเลเซีย โรงแรมถูกวางบทบาทให้เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับยะโฮร์บาห์รู (Johor Bahru) ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาสำหรับนักเดินทางระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก
          • Pottuvil, a Ritz-Carlton Reserve (คาดว่าเปิดปี 2575) – คาดว่าจะเปิดตัวในศรีลังกาบริเวณชายฝั่งตะวันออกที่งดงามและยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรุกสู่จุดหมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ พร้อมนำเสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
          • The Ritz-Carlton, Fiji, Namuka Bay (คาดว่าเปิดปี 2575) – การเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในฟิจิ คาดว่าจะช่วยขยายการปักหมุดของแมริออทในประเทศ และการวางหมุดหมายสำคัญของการขยายธุรกิจสู่พื้นที่ชายฝั่งคอรัลโคสต์ (Coral Coast)
          • Fraser’s House, a Luxury Collection Hotel, Singapore (เปิดให้บริการมกราคม 2568) – โรงแรมแห่งนี้นับเป็นโรงแรม ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น แห่งที่สองในสิงคโปร์ ขยายความโดดเด่นของแบรนด์ในเมือง ด้วยส่วนผสมของมรดกดั้งเดิม การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และความหรูหราทันสมัย

พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่หลากหลายของแมริออทยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มตลาดระดับกลางและกลุ่มไลฟ์สไตล์ โดยความสำเร็จของ Series by Marriott ในอินเดีย และการเติบโตที่แข็งแกร่งของ Four Points Flex by Sheraton ตอกย้ำกลยุทธ์ของแมริออทในการขยายแบรนด์ที่มีความยืดหยุ่นและมุ่งเน้นดีไซน์ เพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค

การขยายพอร์ตโฟลิโอเชิงหมุดหมายและปลายทางท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่จับตามอง(Milestone Portfolio Expansion and Emerging Destinations)

ในปี 2568 แมริออทได้เปิดโรงแรม 109 แห่งทั่วภูมิภาค และได้สร้างหมุดหมายครั้งสำคัญด้วยการเปิดโรงแรมแห่งที่ 700 ในภูมิภาคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC) คือ Legacy Mekong, Can Tho, Autograph Collection โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม การเปิดตัวดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของแมริออทในการขยายธุรกิจออกไปไกลกว่ามหานครเปิดประตูสู่ภูมิภาคไปยังจุดหมายใหม่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและศักยภาพการเติบโต

สิ้นปี 2568 แมริออทมีโรงแรมเปิดให้บริการมากกว่า 730 แห่ง ใน 22 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC) ครอบคลุม 27 แบรนด์ โรงแรมหลายแห่งที่เปิดตัวตลอดปีถือเป็นก้าวสำคัญของการเปิดตัวแบรนด์ในทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแมริออทในการขยายพอร์ตโฟลิโอ รองรับหลากหลายความต้องการ และมอบประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์จากท้องถิ่นทั่วภูมิภาค


โรงแรมสำคัญที่เปิดตัวในปี 2568 ได้แก่:

          • The Laurus, a Luxury Collection Resort (ตุลาคม 2568) – เป็นการเปิดตัวแบรนด์ในสิงคโปร์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับหมุดหมายของแมริออทในศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชีย

          • The Halcyon Private Isles Maldives, Autograph Collection (ตุลาคม 2568) – เปิดตัวในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางรีสอร์ตระดับโลก โดยมีเกาะส่วนตัวสองแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวและประสบการณ์ที่มีความหมาย

          • The Farm at San Benito, Autograph Collection (ธันวาคม 2568) – รีสอร์ตที่เน้นเรื่องสุขภาพซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ในฟิลิปปินส์ ตอบรับแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

          • Moxy Kathmandu (ธันวาคม 2568) – การเปิดตัวแบรนด์ไลฟ์สไตล์ในเนปาล เจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่หลงใหลในวัฒนธรรมและการผจญภัยในจุดหมายใหม่

ด้วยการพัฒนาที่แข็งแกร่ง แนวโน้มความต้องการเดินทางภายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายครอบคลุมทั้งกลุ่มลักซ์ชัวรี่ (Luxury) , พรีเมียม (Premium) ซีเล็กซอร์วิส  (Select service) และมิดสเกล (Midscale) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ของแมริออทพร้อมก้าวเข้าสู่ปี 2569 เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีศักยภาพและมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับทั้งเจ้าของโรงแรมและแขกผู้เข้าพัก

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
แมริออท พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย ผ่าน Good Travel with Marriott Bonvoy™ กับกิจกรรมที่คัดสรรมาอย่าพิถีพิถันทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน)

แมริออท พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย ผ่าน Good Travel with Marriott Bonvoy™ กับกิจกรรมที่คัดสรรมาอย่าพิถีพิถันทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน)

0 0
Read Time:5 Minute, 14 Second

• แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์พิเศษเกือบ 100 รายการ จากโรงแรมและรีสอร์ท 80 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน)
• เป็นโปรแกรมที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้น “การมีส่วนร่วมกับชุมชน” และ “การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม” เป็นสำคัญ

กรุงเทพฯ, 11 กุมภาพันธ์ 2569 – แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) เปิดตัวโปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ที่ได้ถูกยกระดับใหม่ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์สำหรับแขกผู้เข้าพัก ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยมีประสบการณ์เกือบ 100 รายการ จากโรงแรมเกือบ 80 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ให้แขกผู้เข้าพักสามารถได้เลือกสัมผัสเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับจุดหมายปลายทางและชุมชนท้องถิ่น ผ่านประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง


โปรแกรมในปัจจุบันถูกออกแบบขึ้นภายใต้สองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมกับชุมชน และ การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยโปรแกรมจะนำเสนอประสบการณ์ที่ช่วยให้แขกผู้เข้าพักได้เรียนรู้สิ่งที่มีความหมายต่อพื้นที่ที่พวกเขาเดินทางไปเยือน พร้อมค้นพบแนวทางในการมีส่วนร่วมและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน ด้วยรายการกิจกรรมที่หลากหลาย Good Travel with Marriott Bonvoy™ จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักเดินทางได้เข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และยังสามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนชุมชนและระบบนิเวศในแต่ละจุดหมายปลายทาง

“โปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ที่ได้ถูกยกระดับใหม่นี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับแขกผู้เข้าพัก นักเดินทางในวันนี้ต้องการเดินทางอย่างมีจุดมุ่งหมาย พวกเขาต้องการเข้าถึงแก่นแท้และเข้าใจอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายที่พวกเขาเดินทางไปเยือนทางอย่างแท้จริง Good Travel with Marriott Bonvoy™ ยังสะท้อนถึงพันธกิจของเราในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านพลังของการเดินทาง พร้อมช่วยรักษาดูแลโลกใบนี้ไปด้วยกัน ผ่านความสนับสนุนด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” จอห์น ทูมีย์ (John Toomey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นจีน) กล่าว


ประสบการณ์ภายใต้โปรแกรม Good Travel with Marriott Bonvoy™ ทุกกิจกรรมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อเชื่อมโยงแขกผู้เข้าพักเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมในแต่ละจุดหมายปลายทาง พร้อมเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผู้เข้าพักสามารถสร้างความทรงจำที่มีความหมาย พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสถานที่ที่เดินทางไปเยือน โดยประสบการณ์เหล่านี้เปิดให้เฉพาะแขกผู้เข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ทของแมริออทเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Good Travel with Marriott Bonvoy™

ประเทศไทย ผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างมีความหมายในภูมิภาค APEC

ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีจำนวนประสบการณ์ Good Travel with Marriott Bonvoy™ มากที่สุดในภูมิภาค APEC ด้วยประสบการณ์รวม 24 รายการ จากโรงแรมและรีสอร์ทที่เข้าร่วมรายการ 21 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มโรงแรมตั้งแต่ระดับลักชัวรี พรีเมียม และซีเล็กต์ โดยประเทศไทยยังครองอันดับหนึ่งด้านประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ด้วยจำนวนกิจกรรมถึง 16 รายการ


ตัวอย่างประสบการณ์ Good Travel with Marriott Bonvoy™ ในประเทศไทย อาทิ:

เรียนรู้แนวคิดความยั่งยืนและรสชาติอาหารไทย กับ ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (W Bangkok)
จากพื้นที่ดาดฟ้าที่ถูกใช้งานน้อย เปลี่ยนโฉมมาเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีคุณค่าทางระบบนิเวศ ส่งเสริมการเรียนรู้ และช่วยเหลือสังคม โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ชวนคุณมาทดลองทำอาหารไทยแบบดั้งเดิม ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้เชิงลึกที่สะท้อนแนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ด้วยการทำเกษตรหมุนเวียน และแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในรูปแบบต่าง ๆ

เรียนรู้ภูมิปัญญาข้าวไทย กับ เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพ
ผู้เข้าพักจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมข้าวไทยและภูมิปัญญาการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่การนำข้าวสุกที่เหลือไปตากแห้งเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ลดการสูญเสียอาหาร ผ่านการสาธิตสดจากเชฟ และการลงมือทำขนมไทยจากแนวคิดการลดขยะอาหาร ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับอาหารหลากหลายประเภททั่วโลก

ร่วมปกป้องป่าชายเลน กับ ระยอง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา
ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนครึ่งวันกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อช่วยปกป้องแนวชายฝั่งและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียนรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลนต่อชุมชนในพื้นที่

กิจกรรม “Hold My Hand, Hold My Heart” ที่ เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา
กิจกรรมงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยความหมาย โดยการประดิษฐ์ตุ๊กตาช้างจับมือ เพื่อส่งต่อกำลังใจและช่วยบรรเทาอาการเกร็งมือให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลท้องถิ่น

กิจกรรมปลูกต้นจากและอาบน้ำกระบือ กับ เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา
เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมของไทย ผ่านการปลูกต้นจากในพื้นที่ป่าชายเลน พร้อมเรียนรู้ความสำคัญทางนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมอาบน้ำกระบือที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบไทยดั้งเดิม

โครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน กับ เดอะ นาคา ไอแลนด์, อะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา, ภูเก็ต
ร่วมเรียนรู้การปลูกป่าชายเลน พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อคงไว้ซึ่งความงดงามของเกาะนาคาอย่างยั่งยืน

ร่วมสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ผีเสื้อและระบบนิเวศ กับ ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา เมอร์ลิน บีช
เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ผีเสื้อเมอร์ลิน ที่ออกแบบมาให้มีระบบนิเวศใกล้เคียงธรรมชาติ เรียนรู้บทบาทสำคัญของผีเสื้อต่อระบบนิเวศ และความพยายามในการอนุรักษ์ผีเสื้ออย่างยั่งยืนของชุมชน

การผลิตกาแฟอย่างยั่งยืน จากต้นกาแฟสู่กาแฟหอมกรุ่นในมือคุณ – เรียนรู้เบื้องหลังขั้นตอนการผลิตกาแฟกับ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
เปิดประสบการณ์เบื้องหลังการผลิตกาแฟพิเศษดอยตุง ท่ามกลางป่าสนธรรมชาติ เรียนรู้วงจรชีวิตของกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมสนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ทำไมต้องมาส์ก 20 นาที ??? ความจริงที่แบรนด์ไม่เคยบอก!!!

ทำไมต้องมาส์ก 20 นาที ??? ความจริงที่แบรนด์ไม่เคยบอก!!!

0 0
Read Time:2 Minute, 23 Second

สำหรับหลายคน “มาส์กหน้า” คือช่วงเวลาผ่อนคลาย เติมความชุ่มชื้น และดูแลผิวให้สดใส แต่เคยสงสัยไหมว่า สิ่งที่แปะอยู่บนผิวหน้าบอบบางของคุณ 15–20 นาที จริง ๆ แล้วประกอบด้วยอะไรบ้าง?

หนึ่งในสารที่พบในมาส์กหลายแบรนด์คือ Phenoxyethanol (ฟินอกซี่เอทานอล) — สารกันเสียที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเติบโตในเนื้อครีมหรือแผ่นมาส์กที่เราแปะบนหน้า แต่สิ่งที่ควรทำให้เราหยุดคิดคือ นี่คือ “สารที่ถูกควบคุมปริมาณการใช้โดยกฎหมาย” ไม่ใช่สารที่ใส่ได้ตามใจผู้ผลิต.

หน่วยงานอย่าง USFDA และ EU Cosmetic Regulation ต่างระบุชัดว่า Phenoxyethanol ใช้ได้ไม่เกิน 1% ในเครื่องสำอาง (ซึ่งรวมถึงแผ่นมาส์กหน้าด้วย) เพราะหากมากกว่านั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง โดยมีรายงาน “กรณีแพ้รุนแรง” ถึงขั้นหายใจติดขัด และต้องเข้าห้องฉุกเฉินมาแล้วในผู้ที่มีผิวบอบบางเป็นพิเศษ.

แต่แม้อยู่ในระดับที่ “ปลอดภัยตามเกณฑ์” ก็ไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัยกับผิวทุกคน” โดยเฉพาะเมื่อสารนี้อยู่บนผิวหน้าที่มีรูขุมขนเปิดกว้าง และบอบบางกว่าส่วนอื่นของร่างกาย. ลองคิดดูว่า มาส์กหน้าที่เราวางบนผิว 20 นาที ไม่ได้สร้างแค่ความชุ่มชื้น แต่มันคือเวลานานพอที่ส่วนผสมทุกชนิด—รวมถึงสารกันเสีย—จะซึมเข้าสู่ผิวอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยหนึ่งยังพบว่า เมื่อแผ่นมาส์กถูกทิ้งไว้บนผิวนานขึ้น ระดับสารกันเสียอย่าง Phenoxyethanol และพาราเบนที่ตรวจพบบนผิวก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนมีข้อแนะนำว่า “ไม่ควรมาส์กเกิน 20 นาทีจากมุมมองด้านความปลอดภัย”.

ดังนั้น หากผิวของเราบอบบางกว่าคนทั่วไป หรือใช้มาส์กบางสูตรซ้ำบ่อย ๆ โดยไม่รู้ส่วนผสมที่แท้จริง ความเสี่ยงจากสารควบคุมนี้จึงมีโอกาสเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ผู้ผลิตใส่เกิน” แต่อยู่ที่ “เราไม่รู้ว่าผิวของเรารับได้แค่ไหน” ในต่างประเทศ เริ่มมีการพูดถึงการพิจารณาส่วนผสมในมาส์กหน้าให้เข้มงวดกว่าเดิม เพราะ “รูปแบบการใช้” แตกต่างจากครีมหรือเซรั่มทั่วไป มาส์กคือผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรงและนาน ซึ่งเป็นจุดที่บอบบางและดูดซึมสารได้ไวที่สุด

วันนี้จึงไม่ใช่เวลาแค่เลือกมาส์กจากรีวิวหรือตามกระแส แต่ควรพิสูจน์ด้วยตัวเองโดยการ “พลิกหลังซองทุกครั้ง” เพื่อดูว่ามี Phenoxyethanol อยู่หรือไม่ และอยู่ในตำแหน่งใดของลิสต์ส่วนผสม เพราะตำแหน่งนั้นอาจบอกได้คร่าว ๆ ว่าปริมาณมากหรือน้อยเพียงใด.

การดูแลผิวไม่ใช่แค่ใส่มาส์กทุกคืน แต่คือ “การรู้ว่าเรากำลังให้ผิวรับสารอะไร ในทุก ๆ นาทีที่มันแปะอยู่บนหน้า”

มาส์กหน้าอาจให้ผลลัพธ์สวยชั่วคราว แต่หากต้องแลกด้วยความเสี่ยงระยะยาว — คุณยังกล้าแปะมาส์กที่มีส่วนผสมของสารกันเสียตัวนี้บนใบหน้าอยู่ไหม?

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box