“อร่อยฮับ” ฟู้ดคอร์ทบรรยากาศดี รวม 37 ร้านเด็ดทั่วไทยมาให้อิ่มอร่อย แวะเติมความสุขใด้ทุกช่วงเวลา บนชั้น 3 ฝั่งอีสต์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค
“อร่อยฮับ” (Aroi Hub) ฟู้ดคอร์ทบรรยากาศดี ที่ …
“อร่อยฮับ” (Aroi Hub) ฟู้ดคอร์ทบรรยากาศดี ที่ …
กรุงเทพฯ, ธันวาคม 2568 — เริ่มต้นฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยเสน่ห์อันประณีตจาก Blue by Alain Ducasse กับ Blue Festive Delights Collection ประจำปีนี้ รังสรรค์โดยเชฟขนมหวานชื่อดัง คริสตอฟ กริโล (Christophe Grilo) นำเสนอของขวัญโฮมเมดสุดพิเศษที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ผสานความเชี่ยวชาญกว่า 20 ปี ถ่ายทอดเสน่ห์ความละเมียดละไมแบบฝรั่งเศสในทุกชิ้น

ไฮไลต์ ได้แก่:
● คุกกี้คริสต์มาสแสนอร่อย 22 ชิ้น ในราคา 1,600 บาท
● Panettone สอดไส้ช็อกโกแลตส้มเนื้อแน่น ในราคา 1,200 บาทรังสรรค์จากช็อกโกแลต Alain Ducasse 75% ส้มเชื่อม และเนยฝรั่งเศสคุณภาพเยี่ยม
เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญ หรือแบ่งปันช่วงเวลาแสนพิเศษร่วมกับคนสำคัญ Blue Festive Delights พร้อมให้สั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 2 มกราคม 2569
สั่งซื้อได้ที่: https://www.blue-alainducasse.com/events/blue-festive-delights-collection/
📧 enquiries@blue-alainducasse.com
📞 +66(0)6-5731-2346
#BluebyAlainDucasse #BlueJourney #MomentsofBlue

เปิดโลกแห่งจินตนาการ สัมผัสสีสันแห่งศิลปะจากศ …
เมโทรโพล แบงค็อก, อะ ทริบิวต์ พอร์ตฟอลิโอ โฮเ …
แคปซูลคอลเลกชันที่โดดเด่นนี้มาพร้อมกับสไตล์ใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งรวมถึงเครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก ของใช้จำเป็นในบ้าน และแคมเปญภาพยนตร์ที่ถ่ายทำ ณ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน นิกโกะ นำแสดงโดย จอช ฮัทเชอร์สัน
เบเธสดา, แมริแลนด์ | [25 พฤศจิกายน 2568] – เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton) เดินหน้าต่อยอดจากการนิยามมาตรฐานความเป็นเลิศในบริการสุดหรู สู่การสร้างสรรค์รูปแบบไลฟ์สไตล์หรูหราสมัยใหม่ ด้วยการเปิดตัวความร่วมมือครั้งที่สองกับ Late Checkout แบรนด์แฟชั่นจากกรุงมาดริด สิ่งที่เริ่มต้นจากการผสานความประณีตเข้ากับความขบถอย่างมีชั้นเชิง ซึ่งทำให้สามารถคว้ารางวัล Gold Cannes Lions มาได้ กำลังหวนกลับมาอีกครั้งในบทใหม่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม โดยคอลเลกชันนี้ได้ครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์เสริม ชุดลำลอง และเสื้อผ้าเด็ก สะท้อนเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ที่เข้าถึงผู้คนหลากหลายเจเนอเรชัน และสอดรับกับวิสัยทัศน์ของ Late Checkout ที่มองว่าโรงแรมคือโลกแห่งการใช้ชีวิตที่สไตล์และเรื่องราวมาบรรจบกัน พาเลตต์สีกรมท่า งาช้าง และฟ้าอ่อน ถ่ายทอดมรดกอันยาวนานของ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พร้อมเติมกลิ่นอายความสนุกสนานในแบบฉบับของ Late Checkout
“บทถัดไปนี้เป็นการสานต่อเรื่องราวที่เรามีร่วมกับ Late Checkout ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เติบโตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของนักเดินทางในทุกเส้นทาง: ไม่ว่าจะในการผจญภัยในซาฟารี ท่องทะเล สัมผัสธรรมชาติ หรือพักผ่อนในโรงแรมในเมืองและรีสอร์ตของเรา คอลเลกชันนี้ได้สะท้อนแง่มุมของไลฟ์สไตล์เหล่านั้นมากขึ้น ด้วยชุดสำหรับครอบครัวและอุปกรณ์เสริมที่พร้อมสำหรับการเดินทาง สิ่งนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการในฐานะแบรนด์ของเรา ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความเฉลียวฉลาดและหัตถศิลป์ที่ทำให้ผู้คนยอมรับความร่วมมือนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม” เจมี เคอร์ หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และการตลาดระดับโลกของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กล่าว

ตั้งแต่ไอเท็มคลาสสิกที่ถูกตีความใหม่ ไปจนถึงการพลิกผันอย่างชาญฉลาด คอลเลกชันนี้ถ่ายทอดสมดุลระหว่างความหรูหรามีรสนิยมและความขบถในรูปแบบที่สร้างความสนุกสนาน อันเป็นเอกลักษณ์ของ Late Checkout ไฮไลต์ประกอบด้วยเสื้อถักน้ำหนักเบาแต่งด้วยลายสิงโตอันเป็นสัญลักษณ์ของ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน และแจ็กเก็ตกำมะหยี่สไตล์สุกะจัง พร้อมงานปักโดดเด่นสะดุดตา ชุดลำลองถูกตีความใหม่เสริมความสะดวกสบายสำหรับยามค่ำคืนด้วยชุดคลุมอาบน้ำคอปกแบบโค้งมน (shawl-collar) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทักซิโด้ และชุดนอนยาวจรดพื้นจากผ้าฝ้ายโปร่งสบาย นอกจากนี้ แคปซูลคอลเลกชันนี้ยังได้เปิดตัวเครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก ทั้งเสื้อโปโลรักบี้ เสื้อยืด และหมวกที่ผลิตจากผ้าฝ้ายคุณภาพเยี่ยม ตลอดจนของใช้ในบ้าน เช่น ผ้าคลุมและร่ม ถูกออกแบบด้วยเสน่ห์ที่ฉีกแนวออกจากกรอบเดิม ๆ ในแบบเดียวกัน ส่วนลวดลายลูกโลกที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากตราสัญลักษณ์การเดินทางแบบวินเทจ ซึ่งสื่อถึงการสำรวจและวิวัฒนาการ สะท้อนจิตวิญญาณระดับโลกของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างลงตัว หมวกเบสบอล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว กลับมาอีกครั้งในฐานะเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไอเท็มทั้งหมดร่วมกันถ่ายทอดแนวคิดของสไตล์ที่ทั้งหรูมีระดับและใช้งานได้จริง ผสมผสานงานฝีมืออันพิถีพิถันเข้ากับลุคสนุกสนานอย่างมีรสนิยม
“การได้ร่วมงานกับ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เป็นครั้งที่สอง เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอเรื่องราวต่อไปอีกขั้น” อเล็กซ์ ตูริออน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Late Checkout กล่าว “การกลับมาบทนี้ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่กว่าในทุกแง่มุม: มีความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น มีชั้นเชิงมากขึ้น และสะท้อนตัวตนมากขึ้น การถ่ายทำที่ประเทศญี่ปุ่นมอบฉากหลังที่ช่วยขยายเรื่องราว และทำให้คอลเลกชันเติบโตตามไปด้วย ด้วยการคงรากฐานของแรงบันดาลใจจากโรงแรม และแฝงความขี้เล่น แต่ครั้งนี้ได้สัมผัสกับการเดินทางในทุกแง่มุม ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงบ้าน สำหรับเรา นั่นคือส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุด: การแสดงให้เห็นว่าโลกนี้สามารถเติบโตได้อย่างไรโดยไม่สูญเสียจิตวิญญาณที่ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกับมันตั้งแต่ครั้งแรก”

ภาพยนตร์: เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน นิกโกะ (The Ritz-Carlton, Nikko) ในฐานะเวทีแห่งเรื่องราว
แคมเปญชุดใหม่นี้กำกับโดย โรเจลิโอ กอนซาเลซ และอำนวยการสร้างโดย Little Spain โดยมี จอช ฮัทเชอร์สัน กลับมารับบทนำอีกครั้ง ในประสบการณ์เหนือจริงที่ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน นิกโกะ ท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และทะเลสาบที่สะท้อนเงา นิกโกะกลายเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์อันสร้างสรรค์ เป็นดั่งสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ราวกับว่าเวลาเดินช้าลง ความสงบและความเชื่อมโยงแบบลึกซึ้งนี้ได้กำหนดโทนและบรรยากาศของภาพยนตร์ ทำให้ทุกเฟรมเต็มไปด้วยพลังของความเงียบที่ผสานความหรูหราของ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เข้ากับความซุกซนในแบบของ Late Checkout ได้อย่างลงตัว สำหรับแคมเปญภาพนิ่งนั้นถ่ายโดย จาเวียร์ รูซ ช่างภาพที่ถ่ายทอดความเป็นภาพยนตร์และอารมณ์อันละเอียดอ่อนของเรื่องราวได้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ทั้ง Little Spain, Late Checkout และ ฮัทเชอร์สัน ร่วมกันสร้างสรรค์เรื่องราวในรูปแบบภาพยนตร์ที่ความต่างกลับกลายเป็นความกลมกลืน—ความหรูหราที่เหนือกาลเวลามาพบกับความสนุกที่ไม่อยู่ในกรอบ ความสงบนิ่งผสานกับความสดใหม่และฉับพลัน แม้บทภาพยนตร์ดั้งเดิมจะไม่ได้เขียนในเชิงโรแมนติก แต่ระหว่างการถ่ายทำ อารมณ์ความรู้สึกได้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อ ฮัทเชอร์สันและนักแสดงร่วมถ่ายทอดความใกล้ชิดในแบบที่คาดไม่ถึง ฮัทเชอร์สันยังมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นตลอดการผลิต โดยร่วมมือกับ กอนซาเลซ อย่างใกล้ชิดในเรื่องโทนและจังหวะของเรื่อง ทำให้ภาพยนตร์ฉบับสุดท้ายสะท้อนจิตวิญญาณแท้จริงของนิกโกะ
“สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นกับโปรเจกต์นี้ คือการที่มันยังคงพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” จอช ฮัทเชอร์สัน กล่าว “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน นิกโกะ มอบพลังงานใหม่ที่แตกต่างให้กับเรา ทั้งมีสไตล์ สนุกสนาน และเต็มไปด้วยความเป็นภาพยนตร์ในแบบที่สื่อความเป็นตัวตนของทั้งสองแบรนด์ ขณะเดียวกันก็ยังคงสร้างความประหลาดใจได้อยู่เสมอ”
เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก
Late Checkout: A Ritz-Carlton Story – Chapter II จะเปิดตัวทั่วโลกในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พร้อมวางจำหน่ายที่โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน 22 แห่งทั่วโลก โดยเริ่มที่นิวยอร์กด้วยการเปิดป๊อปอัพสโตร์ที่ 7 Spring Street ในวันที่ 20 พฤศจิกายน (เวลา 10.00–16.00 น.) ตามด้วยงานเปิดตัว (เฉพาะแขกที่ได้รับเชิญ) ร่วมกับ จอช ฮัทเชอร์สัน และการเปิดตัวที่ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ดูไบ (The Ritz-Carlton, Dubai) (27 พฤศจิกายน), โฮเทล เดอลาเปซ์ เจนีวา (Hôtel de la Paix, Geneva) (10 ธันวาคม) และ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน อาบามา (The Ritz-Carlton, Abama) ในหมู่เกาะคานารี (5–7 ธันวาคม)
แต่ละกิจกรรมในดูไบ เจนีวา และอาบามาจะมาพร้อมประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษแบบ ‘Very Late Checkout’ ให้เต็มอิ่มกับการเข้าพักหนึ่งคืน พร้อมด้วยการจัดแสดงแคปซูลคอลเลกชัน ดนตรีสด ค็อกเทลที่คัดสรรมาอย่างดี และช่วงเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากแต่ละจุดหมายปลายทาง ซึ่งถ่ายทอดให้ความร่วมมือครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประสบการณ์เช่นนี้จะจัดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึง 1 มีนาคม 2569 ซึ่งแขกผู้เข้าพักจะได้พักและผ่อนคลายกับการสวมใส่เสื้อคลุมปักลาย รับประทานอาหารเช้าในห้อง และเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายในห้องสวีทและค็อกเทลซิกเนเจอร์ เป็นการฉลองช่วงเวลาที่มีคุณค่าในจุดหมายปลายทางอันยอดเยี่ยมที่สุดของโลก
ในเอเชีย แคปซูลคอลเลกชันจะวางจำหน่ายแบบจำกัดช่วงเวลาเฉพาะที่ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ( The Ritz-Carlton, Bangkok) และ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน โตเกียว (The Ritz-Carlton, Tokyo) ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป โดยที่โตเกียวจะมีกิจกรรมชุดน้ำชายาวบ่าย ในล็อบบี้เลานจ์ของโรงแรมที่ได้แรงบันดาลใจจาก Late Checkout อีกด้วย
แขกผู้เข้าพักที่สนใจนำเสื้อผ้าและของใช้ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กลับไปใช้ที่บ้านสามารถสัมผัสคอลเลกชันดังกล่าวด้วยตนเองที่ร้าน หรือเลือกช้อปออนไลน์ได้ที่ The Ritz-Carlton Boutiques
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่ https://www.ritzcarlton.com/en/journey/travel-interests/arts-culture-design/late-checkout/
รีสอร์ทระดับ MICHELIN 1 Key เชิญทุกท่านร่วมส …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระย …
สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น ด้วยการนำเสนอ คอลเลกชัน Autumn/Winter 2025 สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 7 แบรนด์ดัง ที่คุณจะได้ครอบครองไอเท็มล่าสุด กับ 6 มัลติแบรนด์แฟชั่นที่อยู่ภายใต้ช็อป USAGI ONLINE STORE, SNIDEL และกระเป๋าแบรนด์ดังจากอิตาลีที่นิยมสุดๆในญี่ปุ่น ANTEPRIMA / WIREBAG ให้แฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของชิ้นงานดีไซน์ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจแห่งฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2025 คอลเลกชันที่วางจำหน่ายพร้อมกับประเทศญี่ปุ่น
สำรวจรันเวย์ Autumn/Winter 2025 กับแบรนด์ญี่ปุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากช็อป USAGI ONLINE STORE (อูซางิ ออนไลน์ สโตร์)
CELFORD (เซลฟอร์ด) นำเสนอคอลเลกชันที่นิยามความหรูหราสง่างามในแบบสุภาพสตรีสมัยใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Graceful Royal Trad’ ที่เน้นวัสดุออเทนติก (Authentic Materials) เพื่อสร้างความมั่นใจที่มั่นคง ซีซั่นนี้ CELFORD ตีความวัสดุคลาสสิกอย่าง “ทวีด” ขึ้นมาใหม่ โดยใช้ผ้าที่มีสัมผัสนุ่มนวลและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ได้ลุคทวีดที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและยังใช้วัสดุคุณภาพสูง อาทิ ขนสัตว์, ผ้าไหม, หรือแคชเมียร์ เพื่อมอบความรู้สึกหรูหราและสวมใส่สบายเป็นที่สุด เพิ่มดีเทลสุดคลาสสิก เช่น กระดุมสองแถว และการเย็บจีบพลีท เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของดีไซน์ดั้งเดิมในลุคที่ดูเป็นทางการและยกระดับแห่งความสง่างาม
emmi (เอมมี่) ในโอกาสครบรอบ 10 ปี emmi สร้างสรรค์คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง 2025 ด้วยการผสมผสานระหว่าง “Trad × Sports” โดยนำสไตล์ ‘American Trad’ ซึ่งเป็นแฟชั่นคลาสสิกที่ดูรีแล็กซ์จากยุค 1900s มาผสานเข้ากับแนวสปอร์ตที่มีฟังก์ชันและความคล่องตัวสูง เกิดเป็น “Sporty Trad Style” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ emmi ดีไซน์โดดเด่นด้วยกลิ่นอายคลาสสิกที่มาพร้อมโทนสปอร์ตแบบมินิมอลที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีการปรับสัดส่วนและดีเทลให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การเพิ่มขอบยางยืดที่เอว เพื่อให้เคลื่อนไหวสะดวก แต่ยังคงความสง่างามตามแบบฉบับ ‘Trad’ เอาไว้ได้อย่างลงตัว
FRAY I.D (เฟรย์ ไอดี) มาพร้อม ‘Chaleur d’Automne’ หรือ “ความอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ร่วง” โดยสร้างความสมดุลระหว่างสไตล์คลาสสิกและความอ่อนโยนแบบเฟมินีนที่อบอุ่นและร่วมสมัย ธีมหลักคือการผสมผสานที่ทรงพลังระหว่างเสน่ห์ของ “ผ้าเช็ก (Check)” ที่สื่อถึงความมั่นใจ เข้ากับความหรูหราของ“หนัง (Leather)” พาเลตต์สีประกอบด้วยโทนสีอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วง เช่น น้ำตาล, ครีม, เหลืองมัสตาร์ด และมอสกรีน พร้อมเพิ่มความสนุกด้วยสีแอ็กเซนต์ (Accent Colors) คอลเลกชันนี้ยังคงความเป็น ‘City Mode’ ในแบบที่ FRAY I.D ถนัด คือการนำเสนอความงามที่เรียบหรู มีมิติ และโดดเด่นในทุกสถานการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่งและมั่นใจของหญิงสาวยุคใหม่
gelato pique (เจลาโต้ ปิเก้) เนรมิตฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2025 ให้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานของขนมหวานราวกับอยู่ในร้านขนมฝรั่งเศส คอลเลกชันนี้เปรียบเสมือน “ขนมหวาน” ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความสุข เนื้อผ้าสัมผัสนุ่มราวกับครีมที่เชื้อเชิญให้อยากเอื้อมมือไปสัมผัสอยู่ตลอดเวลา ดีเทลของเสื้อผ้ามีความน่ารักดุจเค้กชิ้นโปรด เป็นแฟชั่นที่ให้ความรู้สึก “ละมุน อบอุ่น และเป็นตัวเอง” เหมาะสำหรับช่วงเวลาส่วนตัวที่ต้องการความผ่อนคลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความน่ารักแบบฉบับ gelato pique
LILY BROWN (ลิลลี่ บราวน์) อัปเดตลุคแบบ ‘Modern Lady’ ด้วยคอลเลกชัน ‘The New Lady Code’ ที่นำเสนอเสน่ห์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่รู้จักสนุกกับแฟชั่นและมีความมั่นใจในตัวเองได้อย่างลงตัว คอลเลกชันนี้ผสมผสานความสง่างาม ความน่ารัก และความคาดไม่ถึงเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เราจะเห็นการตีความใหม่ที่ร่วมสมัย เช่น แจ็กเก็ตที่ตกแต่งด้วยลูกไม้ หรือมินิสเกิร์ตที่ถูกคุมโทนให้ดูสมดุลระหว่างสตรีทและออฟฟิศ การใช้ผ้าขนสัตว์ (fur) และกำมะหยี่ (velvet) เติมเท็กซ์เจอร์ในซีซั่นนี้ ทำให้เกิดลุคที่มีความหรูหรา เรียบโก้ และมีสไตล์ในเวลาเดียวกัน
Mila Owen (มิล่า โอเวน) นำเสนอธีม “THE LADY TRAD” ที่ถ่ายทอดบรรยากาศของ ‘Quiet Luxury’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คือความเรียบหรูและสง่างามในแบบที่ไม่โอ้อวด คอลเลกชันนี้สร้างสรรค์สไตล์ ‘Trad’ ให้มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้นและคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยเน้นการผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน เสื้อผ้าลุคดั้งเดิมถูกนำเสนอใหม่ให้มีความร่วมสมัย โดยใช้วัสดุคุณภาพสูงและยั่งยืน เช่น ขนสัตว์ (wool), ผ้าไหมรีไซเคิล, และผ้าทอ eco-friendly textile เพื่อให้เกิดสไตล์ที่ทั้งหรูหราและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ต่อด้วย SNIDEL (สไนเดล) สร้างสรรค์ความสมดุลใหม่แห่งฤดูใบไม้ร่วง 2025 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Playful Contrast’ ที่นำ “Street” และ “Formal” มาหลอมรวมกันอย่างมีสไตล์และเป็นอิสระ โดยไม่ยึดติดในกรอบใดกรอบหนึ่ง ลายตาราง (Check Pattern) ที่นุ่มนวล และผ้าพลิ้วเบาให้สัมผัสสบายช่วยขับรูปร่างให้ดูโดดเด่น มีการผสมผสานความคลาสสิก เข้ากับกลิ่นอายสตรีตในแบบร่วมสมัย ความหวาน ความแข็งแกร่ง และความเป็นเทรนด์ถูกรวมกันอย่างกลมกลืน ผ้าที่ให้ความรู้สึกวินเทจและโทนสีอ่อนอย่าง เขียวมินต์, ม่วงไลแลค, และครีม สะท้อนตัวตนของหญิงสาวยุคใหม่ที่มีความมั่นใจแต่ยังคงความอ่อนโยนในตัวเอง
ปิดท้ายด้วย ANTEPRIMA / WIREBAG (แอนทิพรีม่า ไวร์แบค) นำแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของ Izumi Kato ที่สะท้อนประเด็นของความเป็นรูปธรรมและนามธรรมที่ดำเนินไปพร้อมกัน มาตีความความ “นามธรรม” ให้กลายเป็นแฟชั่นที่ใช้ได้จริง ดีไซน์โดดเด่นด้วยรูปทรงที่เล่นสนุก เส้นสาย และพาเลตสีสดเข้มที่สื่อถึงความลึกซึ้งผ่านดีไซน์ที่จินตนาการสูง มีการผสมผสานโครงร่างและรายละเอียดที่เบลอเส้นแบ่งระหว่าง “งานศิลป์” และ “แฟชั่น” ให้กลายเป็นอัตลักษณ์ใหม่ที่ดึงดูดสายตาและร่วมสมัยอย่างลงตัว
มาร่วมอัฟเดตคอลเลกชันใหม่ที่คุณไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น! แฟชั่นนิสต้าชาวไทยสามารถมาสัมผัสและเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ช็อป USAGI ONLINE STORE มัลติแฟชั่นแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น และ SNIDEL ที่ชั้น 2 และ ANTEPRIMA / WIREBAG ที่ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยามที่เดียวเท่านั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-011-7500 หรือ Facebook: SIAM Takashimaya
#SIAMTakashimaya #ExclusiveJapanBrands #สยามทาคาชิมายะ #USAGIONLINESTORE
#CELFORD #emmi #FRAYID #gelatopique #LILYBROWN #MilaOwen #SNIDEL #ANTEPRIMA
สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน Taito – Tokyo Craft & …