ไอคอนสยาม ร่วมกับเมืองสุขสยาม ต้อนรับเทศกาลกินเจปี 2568 จัดงาน “J-licious เจนี้ อร่อยได้ทุกเมนูนานาชาติ” พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษทั้งสไตล์จีน ไทย ฝรั่ง และอาหารเจสี่ภาค ระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระย …
หนึ่งสัปดาห์ กับ 29 กิจกรรม เชิญร่วมสัมผัสสุด …
ในโอกาสนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เข้ารับพระราชทานรางวัล พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทาง แต่จะก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางแห่งพลังเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความคิดสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียน” ผ่านนโยบาย Value over Volume โดย ททท. มุ่งเน้นการเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศไทยผ่านแนวคิด “5 Must Do in Thailand” ได้แก่ Must Taste: สัมผัสรสชาติอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณ์ Must Try: เปิดประสบการณ์กิจกรรมไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม Must Buy: ผลิตภัณฑ์ไทยคุณภาพและของฝากสร้างรายได้ชุมชน Must Seek: ค้นหาความสงบ ความสุข และแรงบันดาลใจในการเดินทาง Must See: ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ควบคู่กับแคมเปญระดับโลก “Healing is the New Luxury” ที่เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพกายและใจ สอดคล้องกับแนวคิด “Trusted Thailand” เพื่อสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความสุขและความยั่งยืน


รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ททท. ในฐานะองค์กรที่ยืนหยัดในการขับเคลื่อน “นวัตกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับโลก”และสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ผู้นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Quality Tourism Destination) ที่สร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน



#GlobalLeadershipAwards2025 #AmazingThailand #TourismInnovation #HealingIsTheNewLuxury #5MustDoInThailand #TrustedThailand #TATTransformation #ValueOverVolume






ขอเชิญชวนสถานประกอบการโรงแรมและที่พักสมัครขอร …
ข่าวดีสำหรับสายกินย่านปากเกร็ดนนทบุรี เพราะตอ …
Edwards Lifesciences เปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ในไทย นวัตกรรมพลิกเกมครั้งสำคัญ มุ่งลดภาระด้านสาธารณสุขโรคหัวใจและหลอดเลือด
กรุงเทพฯ – Edwards Lifesciences (NYSE: EW) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมโรคหัวใจและหลอดเลือดเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) ได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ในงานสัมมนา Mahidol TAVI Symposium ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2568 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยการเปิดตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระของภาวะลิ้นหัวใจในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลก
การเปิดตัวนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ตามสถิติจากกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2566)2 พบว่ามีคนไทยมากกว่า 250,000 คนที่กำลังเผชิญกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก เป็นโรคลิ้นหัวใจที่พบบ่อยที่สุด และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 40,000 รายต่อปี2 และส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชากรสูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป2. โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบเกิดจากการสะสมของแคลเซียมที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ลิ้นหัวใจหนาและแข็งตัวขึ้น การทำงานของลิ้นหัวใจลดลง และการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเริ่มแสดงอาการแล้วภาวะของโรคจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 10 อาจเสียชีวิตภายในห้าสัปดาห์3 ดังนั้น การตรวจและวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้น พร้อมทั้งเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนชนิดขยายด้วยบอลลูนรุ่นใหม่ของ Edwards ประกอบด้วยเทคโนโลยีเนื้อเยื่อที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการต้านทานการสะสมของแคลเซียม ช่วยป้องกันการสะสมของแคลเซียมบนกลีบลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมสภาพของโครงสร้างลิ้นหัวใจและความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาซ้ำ4 นอกจากนี้ ลิ้นหัวใจดังกล่าวยังมีระบบการเก็บรักษาเนื้อเยื่อแบบแห้ง ซึ่งช่วยให้กระบวนการทำงานในโรงพยาบาลสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการออกแบบชั้นผนึกด้านนอกที่ได้รับการพัฒนา เพื่อเพิ่มความทนทานในระยะยาว

ผลการวิจัยทางคลินิกที่โดดเด่น
เทคโนโลยีเนื้อเยื่อที่ใช้ในนวัตกรรมนี้เป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในลิ้นหัวใจเอออร์ติกสำหรับผ่าตัดในระดับชั้นนำของ Edwards โดยผลการศึกษาล่าสุดจาก COMMENCE Study ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี แสดงให้เห็นถึงผลการศึกษาที่ทำให้ไม่เกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างลิ้นหัวใจถึงร้อยละ 99.3 ระดับแรงดันการไหลของเลือดผ่านลิ้นหัวใจที่คงที่ และไม่เกิดการผ่าตัดซ้ำร้อยละ 97 5
นอกจากนี้ เทคโนโลยีลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่ของ Edwards Lifesciences พบว่ามีผลการวิจัยทางคลินิกที่โดดเด่นในกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลาย ข้อมูลจากการใช้งานจริงจากผู้ป่วยมากกว่า 9,000 รายใน United States National STS/ACC TVT Registry แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยลิ้นหัวใจนี้มีผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในระยะหนึ่งปี โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ อัตราการเข้ารับการรักษาซ้ำต่ำ และไม่มีการรั่วซึมรอบลิ้นหัวใจถึงร้อยละ 84.4 ของกรณีทั้งหมด6

รศ.นพ.ณัฐวุฒิ วงศ์ประภารัตน์ หัวหน้าหน่วยหัตถการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงข้อได้เปรียบทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไทยว่า “ความทนทานถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาลิ้นหัวใจ การออกแบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีใหม่นี้มุ่งเน้นการจัดการกับปัญหาการสะสมแคลเซียม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขของประเทศจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีการรักษาระดับโลกมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความพยายามในการลดผลกระทบอันร้ายแรงจากโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิตในที่สุด”

นพ.แมน จันทวิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถการหัวใจเชิงโครงสร้าง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้สำหรับผู้ป่วยคนไทยว่า “การเปิดตัวลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นใหม่นี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากสถิติระดับโลกที่น่าตกใจ แสดงให้เห็นว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และส่งผลกระทบต่อคนไทยมากกว่า 250,000 คน เทคโนโลยีนี้จึงถือเป็นความหวังใหม่ให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการต่าง ๆ เช่น ความเหนื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ หมดสติ เจ็บหน้าอก ข้อเท้าบวม และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความทนทานที่เพิ่มขึ้นและผลวิจัยทางคลินิกที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ทำให้สามารถรักษาได้ทั้งผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่าซึ่งมีภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบอย่างรุนแรง โดยมอบทางเลือกการรักษาที่เน้นความปลอดภัยกับประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งนี้ การตรวจวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้นยังคงมีความสำคัญ และเทคโนโลยีนี้ถือเป็นความก้าวหน้าในการเพิ่มความสามารถด้านการรักษาไปอีกระดับ”

Mr. Scott Graham หัวหน้าหน่วยธุรกิจ THV ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Edwards Lifesciences เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในด้านนวัตกรรมและยกระดับการดูแลผู้ป่วยว่า “ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนรุ่นล่าสุดนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนาเกือบสองทศวรรษ และสะท้อนถึงความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องของ Edwards ในการส่งมอบการรักษาที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ข้อมูลล่าสุดยังตอกย้ำความสำคัญในการจัดการกับโรคลิ้นหัวใจตลอดช่วงชีวิตของผู้ป่วย นวัตกรรมนี้ได้ยกระดับความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เน้นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน และเปิดโอกาสในการรักษาในอนาคต”

Mr. Parameswaran Nair หัวหน้าประจำประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Edwards Lifesciences ได้เชื่อมโยงการเปิดตัวครั้งนี้กับเป้าหมายด้านสาธารณสุขของไทยว่า “ประเทศไทยมีการจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในเชิงรุก และมีการออกประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาช่วยชีวิตในภาวะวิกฤตระดับโลก เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความพยายามดังกล่าวผ่านการนำนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัยสู่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ไทย ด้วยประสบการณ์ด้านนวัตกรรมมากกว่า 65 ปี บริษัท Edwards Lifesciences มุ่งมั่นที่จะยกระดับการรักษาผู้ป่วย การเปิดตัวนวัตกรรมนี้จะช่วยสนับสนุนความเป็นเลิศทางการแพทย์ของประเทศไทย และการเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจชั้นนำในขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น”

ประเทศไทยกำลังมุ่งจัดการกับภาระของโรคหัวใจและหลอดเลือดผ่านทั้งวิธีเชิงป้องกันและการรักษา บริษัท Edwards Lifesciences ยังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับแพทย์ผู้นำและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำ เพื่อขยายการเข้าถึงการรักษา โดยบริษัทเน้นย้ำด้านนวัตกรรม หลักฐานทางคลินิก และความร่วมมือกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยชาวไทยจะสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีการใช้ชีวิตที่มีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น นวัตกรรมนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดผ่านทางเลือกการรักษาที่ทันสมัย ท่ามกลางข้อมูลสถิติทั่วโลกที่ระบุว่าโรคดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 19 ล้านคนต่อปี7
เกี่ยวกับ Edwards Lifesciences:
Edwards Lifesciences เป็นบริษัทนวัตกรรมที่พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคโครงสร้างหัวใจชั้นนำระดับโลก ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตของผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์ระดับโลกรับรอง และมีความร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการสุขภาพ พนักงานของเราได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตแก่ผู้ป่วย
Reference:
1 https://world-heart-federation.org/what-we-do/prevention/
2 https://www.ddc.moph.go.th/odpc7/news.php?news=46462&deptcode=odpc7
3 Malaisrie SC, McDonald E, Kruse J, et al. Mortality while waiting for aortic valve replacement. The Annals of Thoracic Surgery. 2014;98(5):1564-1571.
4 Beaver T, Bavaria JE, Griffith B, et al. Seven-year outcomes following aortic valve replacement with a novel tissue bioprosthesis. J Thorac Cardiovasc Surg. 2024;168(3):781–791
5 Kaneko T, Johnston D, Bavaria JE, et al. Propensity-matched 8-year Outcomes Following Surgical Aortic Valve Replacement With Novel Calcification-resistant Versus Contemporary Tissue Bioprostheses. Presented at the Heart Valve Society Annual Scientific Meeting, April 2025.
6 Kini AS, Tang GHL, Yaryura R, Petrossian G, Roberts DK, Rahman A, et al. 1-year real-world outcomes of TAVR with the fifth-generation balloon-expandable valve in the United States. JACC Cardiovasc Interv. 2025;18(6):655–666
7 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มเย็นลงในหล …
แฟนๆ ซีรีส์วายเตรียมหมอนและทิชชู่ให้พร้อม!! เ …
เมนูใหม่สุดฮิตที่คิดจะทานเมื่อไรสั่งได้ทุกวัน สดใหม่กับขนม “โมจิครีมชีสผลไม้สด” ที่เค้กช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดบริการระหว่างเวลา 11.00 – 19.00 น.
เชิญมาสัมผัสความนุ่มหนึบของแป้งโมจิสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น ปั้นสดๆ สอดไส้ด้วยผลไม้สดฉ่ำเต็มปากเต็มคำ ทั้งสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ องุ่นแดงและองุ่นเขียว พร้อมครีมชีสหอมเข้มข้นให้เลือกทั้งแบบออริจินัล สตรอว์เบอร์รี่ หรือ มะม่วง คลุกเคล้าท้อปปิ้งด้วยคอนเฟล็ก โอริโอ หรือ คุ้กกี้

บริการ 2 แบบให้เลือกอร่อย ขนาดเล็กราคาเพียงชิ้นละ 89 บาท ขนาดใหญ่ 159 บาทเท่านั้น และแบบ DIY ให้คุณได้ปั้นเองตามใจชอบที่บ้าน โดยสั่งผ่านไลน์แมน เพียงชุดละ 189 บาทเท่านั้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8797 และ Line : @theemeraldhotel หรือ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop
ในช่วงเวลาสำคัญของการตั้งครรภ์และให้นมบุตร โภ …