เพลงใหม่ Y2Z กับคอนเซ็ปต์ปีศาจอสูร ดึง “พาขวัญ BNK48″ ร่วมเล่น MV
คัมแบ็คกลับมาให้หายคิดถึงกันแล้วสำหรับวง “Y2Z …
คัมแบ็คกลับมาให้หายคิดถึงกันแล้วสำหรับวง “Y2Z …
ล้านวิวแตก!! เพลงใหม่ล่าสุด “RIZZ ME UP Feat. …
ในยุคที่ “ขยะอาหาร” กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ระดับโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) รายงานใน UNEP Food Waste Index Report 2021 ว่าอาหารที่ยังบริโภคได้กว่า 1,000 ล้านมื้อถูกทิ้งทุกวันจากครัวเรือนทั่วโลก และขยะอาหารเหล่านี้มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 8-10% การแก้ไขปัญหานี้จึงเป็นภารกิจสำคัญของทุกภาคส่วนทั่วโลก

เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) และด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน อีเลคโทรลักซ์ (Electrolux) ด้วยความสนับสนุนของ Electrolux Food Foundation จึงเดินหน้าจัดโครงการ “Food Heroes Workshop” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการในกว่า 30 ประเทศ โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมมาแล้วกว่า 300,000 คนทั่วโลก เพื่อปลุกจิตสำนึกและสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าของอาหาร การบริโภคที่ลดผลกระทบต่อโลก และการลดอาหารเหลือทิ้ง

สำหรับปีนี้ อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย ได้จัดโครงการ Food Heroes Workshop พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสากว่า 30 คน ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กว่า 130 คน ที่โรงเรียนพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เพื่อเสริมสร้างความรู้เรื่องการเลือกรับประทานอาหารเพื่อความยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน ได้แก่ การวาดภาพระบายสี การลงมือทำอาหาร Cooking Class อย่างง่ายก็คือ การแต่งหน้าเค้กด้วยผลไม้
โครงการ Food Heroes มุ่งส่งเสริมการบริโภคอาหารที่เป็นมิตรต่อโลก โดยเน้นให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การกินพืชผักให้มากขึ้น (Eat more plants) การลดการทิ้งอาหาร (Waste less food) และการได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ (Try new things) เพื่อลดผลกระทบต่อโลกใบนี้

นายอเล็กซิส ริชาร์ด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้คนและโลกใบนี้ คือหัวใจของอีเลคโทรลักซ์ เราให้ความสำคัญกับวันอาหารโลก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการรณรงค์ความสำคัญของอาหารในชีวิตของเรา อาหารให้พลังงานกับเราทำให้เรามีสุขภาพดี และเป็นสื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว นอกจากนี้ปัญหาขยะอาหารก็เป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข และการเริ่มต้นจากเด็ก ๆ คือกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน เรายินดีที่เห็นโครงการนี้ได้สร้างฮีโร่ตัวน้อยด้านอาหารในประเทศไทย”


เกี่ยวกับอีเลคโทรลักซ์กรุ๊ป
อีเลคโทรลักซ์กรุ๊ป เป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ผู้คนมาแล้วกว่า 100 ปี ด้วยการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ในด้านการทำอาหาร (Taste) การดูแลเสื้อผ้า (Care) และความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) ของผู้คนนับล้าน พร้อมขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างโดดเด่นมาโดยตลอดผ่านการสร้างโซลูชั่นและการดำเนินงานที่เน้นสร้างความยั่งยืนในสังคม อีเลคโทรลักซ์ กรุ๊ป เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำมากมาย อาทิ อีเลคโทรลักซ์ (Electrolux) เออีจี (AEG) และฟริจิแดร์ (Frigidaire) มีสินค้าวางจำหน่ายในราว 120 ประเทศทั่วโลกทุกปี ในปี 2567 อีเลคโทรลักซ์กรุ๊ป มียอดขายสูงถึง 136,000 ล้านโครนาสวีเดน และมีพนักงานมากถึง 41,000 คนทั่วโลก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.electrolux.co.th.


ชูจุดเด่นมัดใจลูกค้าด้วย เบียร์ อาหาร เอ็นเต …
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – เตรียมระเบิดพลังแ …
ช่วงปลายปีคือช่วงเวลาแห่งการแบ่งปัน ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ในฐานะพันธมิตรของชุมชนขอเชิญชวนสมาชิกสบายการ์ดร่วมส่งต่อความสุขด้วยการ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” เปลี่ยนแต้มสะสมให้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ผ่าน 2 โครงการเพื่อสังคม ได้แก่ “โครงการกาลพลิก” โดย มูลนิธิกระจกเงา และ “โครงการเด็กทุนลูกเหรียง” ผ่านสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ เพื่อร่วมสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้พิการ และเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

สำหรับ “โครงการกาลพลิก” โดย มูลนิธิกระจกเงา มุ่งผลักดันให้สังคมไทยมองเห็นศักยภาพของผู้พิการในมิติใหม่ ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การส่งเสริมทักษะอาชีพ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อลดอคติทางสังคมและเปิดโอกาสให้คนพิการได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมในสังคม อาทิ การพาผู้พิการกลับเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาล การประสานงานด้านการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการคนพิการ และการพาคนพิการออกมาใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง

อีกหนึ่งโครงการที่สมาชิกสบายการ์ดสามารถร่วมแบ่งปันน้ำใจ คือ “โครงการเด็กทุนลูกเหรียง” ของสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ที่ดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบและความยากจน โครงการนี้ไม่เพียงมอบทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีระบบพี่เลี้ยงคอยดูแล ส่งเสริมทักษะชีวิต และสร้างความมั่นใจให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและสามารถพึ่งพาตนเองได้

สมาชิกสบายการ์ดสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ได้ง่าย ๆ ด้วยการบริจาคแต้มตั้งแต่ 1 แต้มขึ้นไป ผ่าน LINE @CJMORE หรือคลิก https://tinyurl.com/y4fbbw2a โดยทุก 20 แต้มจะเท่ากับเงินบริจาค 1 บาท และซีเจ มอร์จะสมทบเพิ่มอีก 1 เท่าจากยอดบริจาคทั้งหมด เพื่อส่งต่อให้ทั้งสองโครงการ

ร่วมเปลี่ยนแต้มเล็ก ๆ ให้เป็นพลังยิ่งใหญ่ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” กับซีเจ มอร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2568 เพราะทุกแต้มของคุณ คือโอกาสของใครอีกหลายคนที่จะได้เริ่มต้นใหม่ อย่างมีความหวังในสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ส่งต่อโอกาสทางการศึกษา เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเยาวชนไทย
เพราะเชื่อว่าการให้ที่งดงามที่สุด คือการส่งต่อโอกาสให้เยาวชนได้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด บริษัทชั้นนำในธุรกิจก่อสร้าง ภายใต้กลุ่มพูลผล จึงร่วมกับ มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี และกลุ่มพูลผล สานต่อพันธกิจแห่งการให้และตอบแทนสังคม ด้วยโครงการก่อสร้างอาคารเรียน “พี่ให้น้อง” โรงเรียนบ้านทุ่งทอง จังหวัดลพบุรี เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษา ให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนได้มีสถานที่เรียนที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้อย่างเต็มที่ พร้อมสานต่อเจตนารมณ์แห่งความยั่งยืนขององค์กร
โดยโรงเรียนบ้านทุ่งทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในตำบลสะแกราบ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่ยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ รวมถึงอาคารเรียนที่มีอยู่เป็นอาคารไม้ที่ไม่สามารถใช้งานได้และกำลังจะถูกรื้อถอน ทำให้ไม่มีอาคารเรียนที่เหมาะสมให้นักเรียนเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด มองเห็นถึงความจำเป็นต้องมีอาคารเรียนที่ดี จึงร่วมกับ มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี และ กลุ่มพูลผล ดำเนินโครงการก่อสร้าง อาคารเรียน “พี่ให้น้อง” เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก 1 ชั้น จำนวน 3 ห้องเรียน พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 192 ตารางเมตร เพื่อให้นักเรียนได้มีสถานที่เรียนที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง โดยระหว่างการก่อสร้างมีตัวแทนพนักงานบริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด และกลุ่มพูลผล อาสาร่วมสร้างอาคารเรียนฯ หลังนี้กว่า 200 คน แบ่งเป็น ทีมก่ออิฐ ทีมทาสีอาคาร ทีมสนามเด็กเล่น-ป้าย รั้วโรงเรียน ทีมครัว-น้ำดื่ม และทีมสนับสนุน ที่ต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้น้องๆ แม้แดดจะแรง แต่พลังใจของจิตอาสาเราแรงกว่า!

ปัจจุบันอาคารเรียน “พี่ให้น้อง” โรงเรียนบ้านทุ่งทอง ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างมูลค่ารวมกว่า 1,595,000 บาท และได้จัดพิธีส่งมอบไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี คุณดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการกลุ่มพูลผล และกรรมการมูลนิธิทองพูล หวั่งหลี, คุณอนุชิต หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด และ คุณสายใจ เจศรีชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท เอส ที เอ็ม เอส จำกัด ร่วมส่งมอบอาคารเรียนพร้อมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มพูลผลให้กับโรงเรียนบ้านทุ่งทอง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากร นักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งทอง และผู้ปกครองนักเรียน ที่มาร่วมรับมอบพร้อมรอยยิ้มแห่งความปลื้มปีติ 


ในการนี้ คุณอนุชิต หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด เผยถึงความตั้งใจเบื้องหลังโครงการก่อสร้างอาคารเรียน “พี่ให้น้อง” ว่า “ซี.อี.เอส. และกลุ่มพูลผล เชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานของความยั่งยืน เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำทางชีวิตของเด็ก ๆ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งการศึกษาที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เราจึงตั้งใจที่จะจุดประกายอนาคตทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างโรงเรียนบ้านทุ่งทอง ด้วยการมอบอาคารเรียน ‘พี่ให้น้อง’ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอย่าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาคารเรียนหลังนี้จะมีส่วนในการผลักดันให้พวกเขาก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า อันจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของซี.อี.เอส. และกลุ่มพูลผล ที่ได้มีส่วนร่วมเล็ก ๆ ในการสร้างพื้นฐานและแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย”
ด้าน นางอัมภา ไทยจำนงค์ศิลป์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งทอง กล่าวว่า “โรงเรียนบ้านทุ่งทองและชุมชนบ้านทุ่งทอง ขอขอบคุณ บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด, มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี และกลุ่มพูลผล ที่มอบอาคารเรียน ‘พี่ให้น้อง’ แก่โรงเรียนและชุมชนของเรา เพราะหากไม่มีอาคารเรียนแห่งใหม่นี้ เด็กนักเรียนเกือบ 100 ชีวิตอาจต้องย้ายไปเรียนที่วัด หรือย้ายไปเรียนยังโรงเรียนใกล้เคียงอื่น เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีอาคารที่สามารถใช้งานได้ในการเรียนการสอน อาคารเรียนหลังนี้ไม่เพียงจะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ มีความมุ่งมั่น ความพยายาม และความหวัง ที่จะศึกษาเล่าเรียน พัฒนาตัวเอง เพื่อนำความรู้ไปเป็นกุญแจสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาและครอบครัวให้ดีขึ้นในอนาคตด้วย”

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ โดยมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมผ่านโครงการต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งโครงการก่อสร้างอาคารเรียน “พี่ให้น้อง” โรงเรียนบ้านทุ่งทอง จังหวัดลพบุรี ในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในโครงการที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านนี้ของบริษัท ซี.อี.เอส. จำกัด ได้อย่างชัดเจน ในการใช้ความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างและออกแบบอาคารทุกประเภท มาออกแบบและก่อสร้างอาคารเรียนที่มีความปลอดภัย มั่นคงแข็งแรง และสวยงาม เพื่อส่งเสริมการศึกษาของเด็ก ๆ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่พร้อมจะตอบแทนสังคม มอบโอกาสให้กับผู้ขาดแคลน และส่งต่อแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเรียนรู้ เติบโต สร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง
พิธีมอบ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” ประจำปี 256 …