Recent Posts

ททท. ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ UA820 ลอสแอนเจลิส–กรุงเทพฯ

ททท. ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ UA820 ลอสแอนเจลิส–กรุงเทพฯ

0 0
Read Time:1 Minute, 24 Second

United Airlines หวนคืนน่านฟ้าไทยในรอบ 11 ปี หนุนตลาดสหรัฐฯ โตต่อเนื่อง สะท้อนพลังกลยุทธ์ Airline Focus

26 ตุลาคม 2568 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ UA820 เส้นทางลอสแอนเจลิส–กรุงเทพฯ (แวะพักที่ฮ่องกง) ของสายการบิน United Airlines ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นับเป็นการกลับมาทำการบินของสายการบินสัญชาติสหรัฐอเมริการายแรกในรอบกว่า 11 ปี สร้างหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ภายใต้แผน Airline Focus ของ ททท. ในการขยายและกระจายนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดระยะไกลสู่ประเทศไทย โดยพิธีต้อนรับได้รับเกียรติจากนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผู้บริหารสายการบิน United Airlines และหน่วยงานพันธมิตรด้านการบินร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

เที่ยวบิน UA820 ความจุ 257 ที่นั่ง ทำการบินทุกวัน (Daily Flight) โดยแวะพักที่ฮ่องกงทั้งขาไปและขากลับ รองรับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของสายการบินระดับโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมระดับนานาชาติ

ตลาดสหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในตลาดระยะไกลที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านกำลังซื้อและค่าใช้จ่ายต่อทริป โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 808,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มแตะเป้าหมาย 1.09 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ คิดเป็นรายได้กว่า 62,000 ล้านบาท ซึ่งการกลับมาของ United Airlines ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

#AmazingThailand
#GrandTourismandSportsYear2025
#UnitedAirlines
#LAXBKK

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Tatler Best Awards 2025: บทสรุปอันงดงามของค่ำคืนกาล่าดินเนอร์ พร้อมประกาศรางวัล Best-in-Class ฉลองความเป็นเลิศในด้านการบริการแห่งเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

Tatler Best Awards 2025: บทสรุปอันงดงามของค่ำคืนกาล่าดินเนอร์ พร้อมประกาศรางวัล Best-in-Class ฉลองความเป็นเลิศในด้านการบริการแห่งเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง

0 0
Read Time:7 Minute, 35 Second

ตุลาคม 2568 – กรุงเทพฯ ประเทศไทย: หลังจากที่ประกาศรายชื่อผู้รับรางวัล Tatler Best 100 ไปแล้วในวันแรก Tatler Asia ได้สานต่อการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศเป็นวันที่สอง ด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดตระการตา เพื่อเชิดชูผู้ชนะรางวัล Best-in-Class อันทรงเกียรติจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง


งานมอบรางวัลและกาล่าดินเนอร์ในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Mastercard และ Priceless, SJM Resorts, S.A., สยามพารากอน และ Amazing Thailand เพื่อยกย่อง 52 สถานประกอบการที่โดดเด่นอันเป็นสุดยอดแห่งความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการบริการของเอเชีย รางวัลเหล่านี้คือการสดุดีแด่สถานประกอบการที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีในหลากหลายสาขา อาทิ โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year), ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year) และ บาร์แห่งปี (Bar of the Year)

เอเชียแปซิฟิก
● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok (ไทย)
● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Sézanne (ญี่ปุ่น)
● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Bar Leone (ฮ่องกง)

ตะวันออกกลาง
● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Nujuma, a Ritz-Carlton Reserve (ซาอุดิอาระเบีย)
● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Trèsind Studio (ดูไบ)
● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Honeycomb Hi-Fi (ดูไบ)

นอกจากเหล่ารางวัลอันทรงเกียรติแล้ว ยังมีการประกาศมอบรางวัลเกียรติยศ Legacy Award ให้กับมิเชล การ์โนต์ (Michelle Garnaut) ผู้ก่อตั้งร้านอาหารระดับตำนาน M on the Bund เพื่อยกย่องในฐานะผู้บุกเบิกที่สร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อภูมิทัศน์แห่งวงการอาหารและวัฒนธรรมในจีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1999 นั้น M on the Bund มิเพียงแต่สร้างนิยามใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ร้านอาหารของมหานครเซี่ยงไฮ้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และการแลกเปลี่ยนทางปัญญาที่จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารได้เรียนรู้ เพื่อหลอมรวมศาสตร์แห่งอาหารเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนได้อย่างสง่างามและมีคุณค่าสืบไป

ท่านสามารถดูรายชื่อผู้ชนะรางวัลทั้งหมดได้ที่ media.tatlerasia.com/list/best (APAC) หรือ media.tatlerasia.com/list/best (Middle East)

ค่ำคืนแห่งรสชาติและความเป็นเลิศ

งานกาล่าดินเนอร์ในค่ำคืนนี้ ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์หลักของ Tatler Best อย่างแท้จริง นั่นคือ ความสง่างาม (elegant), การเฉลิมฉลอง (celebratory) และความมีชีวิตชีวาด้วยความคิดสร้างสรรค์ (alive with creativity) แขกผู้มีเกียรติกว่า 400 ท่าน ได้มารวมตัวกัน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เพื่อร่วมสัมผัสค่ำคืนสุดพิเศษ ที่เริ่มต้นด้วยกาล่าดินเนอร์หลากหลายคอร์ส (multi-course gala dinner) ซึ่งรังสรรค์โดยสุดยอดเชฟถึง 5 ท่าน ได้แก่ เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ (ร้าน Khaan, ไทย), เชฟเฮอร์แลนเดอร์ เฟอร์นานเดส (Herlander Fernandes ร้าน Mesa, มาเก๊า), เชฟเดช คิ้วคชา (ร้าน Gaggan at Louis Vuitton, ไทย), เชฟ เฮนริค ย์เด-แอนเดอร์เซน (Henrik Yde-Andersen) และเชฟชยวีร์ สุจริตฉันท์ (ร้าน Sra Bua by Kiin Kiin, ไทย)
นอกจากแขกคนสำคัญที่ร่วมกาล่าดินเนอร์แล้ว ภายในงานยังมีแขกผู้ทรงเกียรติอีกหลายท่าน ได้แก่ ตวนกู เจมี่ นัดซิมุดดิน (Tunku Jamie Nadzimuddin) จากพระราชวงศ์มาเลเซีย, เจ้าฟ้าหญิงซาริมาห์ อิบราฮิม (HRH Sarimah Ibrahim) และ อาวัล อาชาอารี (Awal Ashaari) จากประเทศมาเลเซีย รวมถึง มนด์ กูเตียร์เรซ (Mond Gutierrez) จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งการปรากฏตัวของทุกท่าน ได้ส่งเสริมให้ค่ำคืนนี้ยิ่งเปี่ยมไปด้วยมิติและภาพลักษณ์อันโดดเด่นในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น แขกผู้มีเกียรติทุกท่านยังได้รับชมการแสดงเปิดงานอันน่าประทับใจจาก Jodokcello (นักดนตรีที่มีผู้ติดตามทางแพลตฟอร์มออนไลน์ถึง 6.3 ล้านคน) นักเล่นเชลโลชาวสวิส ผู้โด่งดังจากการผสมผสานบทเพลงคลาสสิกเข้ากับดนตรีร่วมสมัยได้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศอันน่าดื่มด่ำให้กับการดำเนินงานในค่ำคืนผ่านมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ค่ำคืนนี้ได้สะท้อนถึงสิ่งที่ Tatler Best เป็น นั่นคือการรวบรวมผู้คน เรื่องราว และความปรารถนาอันแรงกล้า ที่นิยามความเป็นเลิศของภูมิภาคเราเข้าไว้ด้วยกัน” มิเชล ลามูนิแยร์ (Michel Lamunière) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tatler Asia กล่าว “นี่คือการเฉลิมฉลองที่ไม่เพียงแต่ให้กับผู้ชนะรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองแด่ชุมชนผู้สร้างสรรค์ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในแวดวงการบริการ และเราตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเราไปสู่จุดใดต่อไป”

การเฉลิมฉลองได้ปิดท้ายด้วยงาน After-Party ที่นำโดย DJ และ Music Director Daryll Griggs ผู้ซึ่งสร้างสรรค์บทเพลงให้งานดำเนินต่อไปจนดึกดื่นอย่างมีชีวิตชีวา นับเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของค่ำคืนแห่งพรสวรรค์ ชุมชน และการเฉลิมฉลองอันน่าจดจำ

การยกย่องความเป็นเลิศแห่งความสำเร็จสูงสุด
Tatler Best Awards ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับภูมิภาคหลักของ Tatler Asia ซึ่งมีความโดดเด่นและแตกต่างจากรายชื่อ Tatler Best ที่จัดทำขึ้นเฉพาะตลาดในประเทศต่างๆ เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไทย และฟิลิปปินส์ ตลอดทั้งปี Tatler จะเฉลิมฉลองความสำเร็จในระดับประเทศผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่น และงานมอบรางวัลระดับภูมิภาคนี้คือบทสรุปอันยิ่งใหญ่ ที่รวมเอาสุดยอดสถานประกอบการที่โดดเด่นที่สุดจากทั่วเอเชีย-แปซิฟิกเข้าไว้ด้วยกัน
สิ่งที่ทำให้ Tatler Best มีความแตกต่างอย่างแท้จริงคือ กระบวนการคัดเลือกที่เที่ยงธรรมและแท้จริง ผู้ชนะรางวัลถูกตัดสินผ่านข้อมูลเชิงลึกจากชุมชนที่ไว้ใจได้ของ Tatler ซึ่งก็คือ กลุ่มลูกค้าผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงที่มีกำลังซื้อสูง และมีวิจารณญาณอันละเอียดอ่อนในด้านคุณภาพและประสบการณ์ สิ่งนี้จึงรับประกันได้ว่ารายชื่อที่ได้รับการประกาศนั้น เป็นการยอมรับอย่างแท้จริงจากกลุ่มบุคคลผู้ที่ขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางแห่งวงการลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ของเอเชีย-แปซิฟิก

สานต่อการเฉลิมฉลอง: Tatler Best Takeover Series ในกรุงเทพฯ
นอกเหนือจากงานมอบรางวัลหลักแล้ว Tatler Best Takeover Series ในกรุงเทพฯ ได้จัดขึ้นควบคู่กันตั้งแต่วันที่ 17-25 ตุลาคม 2025 เพื่อขยายขอบเขตการเฉลิมฉลองให้ก้าวข้ามเวทีไปสู่สถานที่สุดคึกคักที่สุดทั่วทั้งเมือง ซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยการร่วมมือกันของเชฟและมิกโซโลจิสต์ (mixologist) ผู้ชนะรางวัล Tatler Best ที่มารวมตัวกันจากทั่วภูมิภาค ด้วยความร่วมมือที่นำเชฟและมิกโซโลจิสต์จากเวียดนาม, มาเลเซีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, จีน, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน งาน Takeover เหล่านี้จึงมอบโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสกับสุดยอดดาวเด่นแห่งวงการอาหารและเครื่องดื่มของเอเชียแปซิฟิก ผ่านเมนูสั่งทำพิเศษที่มีเฉพาะในค่ำคืนนั้นเพียงครั้งเดียว

กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่ม Tastemakers และผู้ชนะรางวัลในกรุงเทพฯ รวมถึงแขกผู้ชนะรางวัลที่เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลอง การร่วมมือกันที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปจะยังคงเน้นย้ำถึงการจับคู่ที่สร้างสรรค์ระหว่างร้านอาหารและบาร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทของ Tatler Best ในฐานะเวทีแห่งการเชื่อมโยงและความร่วมมือที่มีชีวิตชีวาและดำเนินไปตลอดทั้งปี

เปิดทำเนียบ Tatler Best Hotels, Restaurants และ Bars แห่งเอเชีย-แปซิฟิก 2025: รางวัล Best-in-Class

ไฮไลต์รางวัลอันทรงเกียรติ
● โรงแรมแห่งปี (Hotel of the Year): ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok (ไทย) และ Nujuma, a Ritz-Carlton Reserve (ซาอุดิอาระเบีย)
● ร้านอาหารแห่งปี (Restaurant of the Year): ได้แก่ Sézanne (ญี่ปุ่น) และ Trèsind Studio (ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
● บาร์แห่งปี (Bar of the Year): ได้แก่ Bar Leone (ฮ่องกง) และ Honeycomb Hi-Fi (ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
Geographic breadth: ผู้ชนะรางวัลครอบคลุม 16 จุดหมายปลายทาง ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง
Rising talent: ผู้ชนะรางวัล Rising Star ประจำปีนี้ ได้แก่ Zhanxu Li (Qu Lang Yuan, จีน), Pei Liu (Under Lab, ไต้หวัน) และ Sara Aqel (Dara Dining by Sara Aqel, จอร์แดน) ซึ่งเป็นการฉายแสงให้แก่ผู้มีพรสวรรค์รุ่นใหม่แห่งวงการอาหารและมิกโซโลจี

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ชนะรางวัลทั้งหมดในปีนี้ได้ที่ media.tatlerasia.com/list/best (APAC) หรือ media.tatlerasia.com/list/best (Middle East).

ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศและภาพถ่ายกลุ่มผู้ชนะรางวัลได้ที่: https://show.pics.io/images-with-logo-tatlerbest-d2.

งาน Tatler Best Awards 2025 จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจาก Mastercard และ Priceless, Siam Paragon, และ SJM Resorts, S.A. และได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Tourism Authority of Thailand), Boozia, Evian, Foie Gras Queen, Glenmorangie, Jagota, Royal Caviar Club, Thailand Privilege, และ Veuve Clicquot
ซีรีส์อีเวนต์ Tatler Best Takeover Bangkok ได้รับความร่วมมือจาก Mastercard และ Priceless พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ด้านสถานที่อันทรงเกียรติ ได้แก่ Canton Disco, The Consul, IHG Hotels & Resorts, Siam Kempinski Hotel Bangkok, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok และ VIE Hotel Bangkok – MGallery Collection

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
“บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ครบรอบ 15 ปี เดินหน้าการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

“บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ครบรอบ 15 ปี เดินหน้าการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

0 0
Read Time:4 Minute, 3 Second

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จของการดำเนินงานครบรอบ 15 ปี ด้วยจำนวน 8,426 โรงเรียนทั่วประเทศที่ได้รับตราพระราชทาน โดยในปีการศึกษา 2567 ระดับปฐมวัย มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 27,366 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น 211 แห่ง และระดับประถมศึกษา มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการกว่า 16,872 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น 205 แห่ง ด้วยความร่วมมือของ 8 หน่วยงานหลัก ได้แก่ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ เพื่อส่งเสริมการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ (STEM Education) สำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา เพื่อสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

 

เนื่องในโอกาสดำเนินงานครบรอบ 15 ปี โครงการฯ ได้ จัดประชุมวิชาการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ครบรอบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD)” เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 22 – 23 ตุลาคม 2568 ณ อาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส 70 พรรษา ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และฉลองครบรอบ 15 ปี โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในการเปิดงานประชุมวิชาการ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

การประชุมวิชาการในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย โดยมีกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การบรรยายพิเศษจาก Keynote Speakers การจัดแสดงนิทรรศการ การนำเสนอผลงานวิจัย และการเสวนาวิชาการ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการ บุคลากรทางการศึกษาในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย รวมถึงผู้ที่สนใจทั่วไปได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับโครงการ และยังเป็นการเผยแพร่ผลผลิตและผลลัพธ์สำคัญของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งมาตลอดระยะเวลา 15 ปี

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ภายในการประชุมวิชาการ ตลอดวันที่ 22-23 ตุลาคมมีความหลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่ง เริ่มต้นในวันที่ 22 ตุลาคม กับการบรรยายพิเศษโดย Dr. Tobias Ernst ประธานมูลนิธิ Stiftung Kinder Forscher สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในหัวข้อ “Little Scientists in Germany: Why Early STEM Education Matters” และ “From Curiosity to Competence: How Early STEM Education for Sustainable Development Shapes a Better Future” นอกจากนี้ ยังมี การนำเสนองานวิจัยภาคบรรยายใน 4 ห้องย่อย ได้แก่ การบริหารโครงการและพัฒนาบุคลากร การบริหารสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัย และการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา

ต่อเนื่องด้วยวันที่ 23 ตุลาคม ได้แก่ การบรรยายพิเศษโดย Prof. Dr. Ching-Ting Hsin จาก National Tsing Hua University ไต้หวัน ในหัวข้อ “Equity in Action: Building Culturally Relevant and Sustaining Pathways in Early STEM Education ตลอดจน เสวนา “การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” และการนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์ และภาคบรรยายเสวนา “เด็กสร้างถิ่น: เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และปิดท้ายด้วยพิธีมอบเกียรติบัตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนา “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” ระดับประเทศ ส่งเสริมเครือข่ายครู ผู้บริหาร และนักวิชาการ ในการพัฒนา การเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อความยั่งยืน (STEM for ESD) สร้างแรงบันดาลใจและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และความรับผิดชอบต่อสังคมในเยาวชนไทย

สำหรับก้าวต่อไป โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย มุ่งเน้นการพัฒนาและต่อยอด พร้อมขยายแนวทางการจัดการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development – ESD) ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ บริบทท้องถิ่นพัฒนาเนื้อหาใหม่ เช่น หัวข้อ น้ำ-อากาศ เทคโนโลยีจากที่นี่ไปที่นั่น และ คณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน โดยมีการ อบรมครูรุ่นใหม่ ผ่านสื่อออนไลน์และวิดีโอทางไกล ผ่านกิจรรมและนวัตกรรมการเรียนรู้ กล่องบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และสื่อการสอนออนไลน์ เพื่อสนับสนุนครูทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรักการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ พัฒนาครู นักเรียน และเครือข่ายท้องถิ่น ให้ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อความยั่งยืน ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (UN SDGs)

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box