ททท. ร่วมงาน Thai Festival Tokyo 2026 ส่ง “Thai Pop Culture” สร้างสีสันไทยร่วมสมัยกลางโตเกียว หวังดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทย
ททท. ร่วมงาน Thai Festival Tokyo 2026 ส่ง “Th …
ททท. ร่วมงาน Thai Festival Tokyo 2026 ส่ง “Th …
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน การนำ “โดรน” หรืออา …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Festival Database Platform เพื่อยกระดับการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลเทศกาล งานประเพณี และกิจกรรมสร้างสรรค์จากทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ สู่การต่อยอดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งโครงการนี้จะเป็นปัจจัยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Grand Festival Destination

ในยุคที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ควบคู่ไปกับความสะดวกในการเลือกจุดหมายปลายทาง ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล ช่วงเวลาการจัดงาน และอัตลักษณ์ของพื้นที่ จึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะการมีข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนทั้งการวางแผนเดินทางของนักท่องเที่ยว และการยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำโครงการ Festival Database Platform ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรวบรวม จัดระเบียบ เป็นระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงเทศกาลไทย เพื่อสนับสนุนทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การพัฒนาเทศกาลในมิติต่าง ๆ ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ รวมถึงเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล
พร้อมกันนี้ ททท. ยังได้นำศักยภาพของโครงการมาต่อยอดสู่การพัฒนาประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ Thailand Festival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้งาน ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเทศกาลได้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ผ่านฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่
“ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล ที่สามารถแนะนำเทศกาลตามความสนใจ งบประมาณ และช่วงเวลาเดินทางของผู้ใช้งาน
Festival Calendar ปฏิทินเทศกาลที่สามารถดูได้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกในแพลตฟอร์มเดียว

โครงการ Festival Database Platform จึงเป็นการสะท้อนบทบาทของ ททท. ในการมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub ด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น
ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการ Festival Database Platform จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับเมืองน่าเที่ยว และผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านเทศกาลสู่สายตานานาชาติ
พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Data-Driven Tourism Nation อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่ “เที่ยวได้ทั้งปี มีเทศกาลทุกเดือน และมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมในทุกการเดินทาง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเว็บไซต์ Thailand Festival ด้วย Sukjai Chatbot และ Festival Calendar ได้แล้ววันนี้ ที่ https://ai.festivaldatabaseplatform.com/
LIXIL (ลิกซิล) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และ …
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงาน “Sa …
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) พร้อมด้วยบริษัทในกลุ่ม บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด (ROVULA) และ บริษัทสไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (SKYLLER SOLUTIONS) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรม ไทยบนเวทีระดับสากล ด้วยการเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีในงาน Offshore Technology Conference Asia (OTC Asia)2026 ณ Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) ประเทศมาเลเซีย
การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ARV และบริษัทในกลุ่มได้ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีภายใต้บูธของ Elsa Energy Sdn. Bhd. พันธมิตรและตัวแทนจัดจำหน่ายระดับท้องถิ่น (Business Partner and Local Distributor) ในประเทศมาเลเซีย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอยานยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) อย่าง XPLORER จากฝีมือการพัฒนาของ ROVULA และ เทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ โดย SKYLLER SOLUTIONS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบ มาเพื่อรับมือกับความท้าทายในงาน Inspection ของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซโดยเฉพาะ เจาะลึกสมรรถนะ XPLORER: “Game Changer” แห่งโลกใต้ทะเล
คุณภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทโรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัดได้ร่วมเผยความสำเร็จหลังจากบริษัท สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้า ไปเจาะตลาดในประเทศมาเลเซียได้เป็นผลสำเร็จตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเดินหน้า ขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพืเพื่อยกระดับโซลูชันให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
“จุดเด่นที่ทำให้ XPLORER พลิกโฉมวิธีการทำงานแบบเดิม คือความสามารถในการช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติงาน เนื่องจากสามารถทำงานร่วมกับเรือสนับสนุนสเปกที่เล็กลงในระดับ DP1 ได้ จากเดิมที่การสำรวจใต้ทะเลทั่วไป จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์แบบมีสาย (ROV) ควบคู่กับเรือขนาดใหญ่ระดับ DP2 ซึ่งมีค่าเช่ารายวันที่สูงมากและเป็นต้นทุน หลักของโครงการ” คุณภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ กล่าวเพิ่มเติม
นอกจาก ROVULA แล้ว ยังมี SKYLLER SOLUTIONS อีกหนึ่งในกลุ่มบริษัท ARV นำเสนอเทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ เพื่อยกระดับการตรวจสอบและการจัดการข้อมูลสู่ความแม่นยำขั้นสูง ช่วยให้เจ้าของสินทรัพย์ สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความสมบูรณ์ของสินทรัพย์ในระดับอุตสาหกรรม ประกอบด้วย:
• Drone Inspection Solutions: การตรวจสอบพื้นที่อันตรายและเข้าถึงยากด้วยโดรน
• Gas Emission Monitoring: การตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซผ่านโดรน เซ็นเซอร์ และดาวเทียม
• Skyller Platform: แพลตฟอร์มสำหรับการตรวจสอบสินทรัพย์ (Asset Inspection)ที่ช่วยรวบรวมและจัดการข้อมูลที่ได้จากหน้างาน พร้อมวิเคราะห์ผลด้วย AI เพื่อแปลงข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (actionable insights) และแสดงผล
นอกเหนือจากการนำเสนอนวัตกรรมแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวทีสัมมนาอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค คุณมิลินท์ จีวาภัสร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้รับเกียรติร่วมเป็นหนึ่งใน ผู้ทรงคุณวุฒิเสวนาบนเวทีในหัวข้อ “Autonomous Horizons: Harnessing Digital Innovation for Offshore Operations and Monitoring”
ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, TotalEnergies และ GE Vernova โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน นอกชายฝั่ง ทั้งในมิติของการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการติดตามสถานะสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งาน และลดความเสี่ยงในการทำงาน
คุณมิลินท์ จีวาภัสร์ กล่าวว่า “การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้งาน ไม่ใช่การนำเครื่องจักรมาแทนที่มนุษย์ แต่คือการดึง คนออกมาจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางทะเลนั้นคาดเดาได้ยาก เทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ จะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดและแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมจนคุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อลดต้นทุนอย่างแท้จริง เช่นงานตรวจสอบแนวท่อที่เป็นงานประจำ เราสามารถมอบหมายให้ระบบอัตโนมัติอย่าง XPLORER ดูแล เพื่อให้บุคลากรนำเวลาและข้อมูลที่ได้ ไปทุ่มเทให้กับการวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากกว่า”
“อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xplorer ประสบความสำเร็จก็คือการมีพันธมิตร (Partner) ที่แข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ปฏิบัติงานในสถานที่จริง ซึ่งถือเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง” คุณมิลินท์ กล่าว
การเข้าร่วมงาน Offshore Technology Conference Asia (OTC Asia) 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความ มุ่งมั่นของ ARV และบริษัทในกลุ่มในการขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Autonomy) เพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมพลังงานนอกชายฝั่งของภูมิภาค พร้อมมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ด้านความปลอดภัย การยกระดับประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรทุกภาคส่วน
#ARVนำทัพROVULA, SKYLLER SOLUTIONS #นวัตกรรมไทยบุกเวทีระดับโลกOTC Asia 2026
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับ …
กรุงเทพมหานคร – โรงพยาบาลวิภาวดี ประกาศความสำเร็จฉลองครบรอบ 40 ปี เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสู่ศูนย์กลางสุขภาพชั้นนำระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Vibhavadi 40th Anniversary: Smart Living, Healthy Aging” มุ่งเน้นผสานนวัตกรรมการป้องกัน (Prevent) ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Treat) และการฟื้นฟูดูแลใจ (Heal) เพื่อรองรับสังคมทุกช่วงวัย อย่างครบวงจรพร้อมปักหมุดผู้นำการดูแลสุขภาพผ่านเลนส์ Customer Lifetime Value
คุณพิจิตต์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) ได้แสดงวิสัยทัศน์ในโอกาสครบรอบ 40 ปี พร้อมระบุถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานมาสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนเปิดเผยว่าตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิภาวดีมุ่งมั่นพัฒนาการบริการที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งในปี 2569 นี้ทางโรงพยาบาลฯได้ชูกลยุทธ์หลัก 3 ด้านเพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนโดยเปลี่ยนนิยามจากการรักษาเมื่อป่วยมาเป็นการดูแลเชิงรุกเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกๆช่วงวัย

อย่างไรก็ดีกลยุทธ์หลัก 3 ด้านแห่งการดูแลสุขภาพยุคใหม่ได้แก่
1. The Power of Prevention: การป้องกันเชิงรุกตาม Life Style โดยโรงพยาบาลได้เปิดตัว Lifestyle Health Screening Center ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการตรวจสุขภาพ ตามวิถีชีวิตที่ผู้รับบริการสามารถเลือกโปรแกรมตามไลฟ์สไตล์จริง เพื่อค้นหาความเสี่ยงเฉพาะตัวก่อนเกิดโรค ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพตรงจุดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี Travel Medicine (เวชศาสตร์การเดินทาง) สำหรับนักเรียนและผู้รับบริการที่ต้องได้รับเอกสารและฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึง Vaccine Center ศูนย์วัคซีนครบวงจรสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจนถึงวัยผู้สูงอายุเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ก้าวสู่วัยอิสระ (Active Aging) ได้อย่างมั่นใจ และ Sexology Consultation ที่ให้คำปรึกษาด้านเพศสภาพ

2. Specialized Medical Centers: ความเชี่ยวชาญ (Treat) เพื่อยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางได้แก่

รวมถึงยังมีศูนย์กระดูกและข้อ (Orthopedic Center) เป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (MIS) ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าข้อสะโพกเทียมหรือโรคหมอนรองกระดูก เพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยลงและกลับมาเดินหรือใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว ศูนย์หัวใจ (Heart Center) ให้บริการดูแลหัวใจแบบ 360 องศาครอบคลุมถึงการแก้ไขหลอดเลือดส่วนปลายเช่นหลอดเลือดตีบที่ขาของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งทำให้เกิดแผลที่เท้าเรื้อรังผู้ป่วยที่ทำหลอดเลือดเพื่อล้างไตแล้วมีปัญหาตีบตัน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Center)ออกแบบมาเพื่อเป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจทุกความต้องการของผู้หญิงตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วัยสาวการวางแผนครอบครัวจนถึงการก้าวสู่วัยทองทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึง Fertiva ( ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก )
3. Mental Wellness & Balance: การเยียวยาจิตใจและกาย (Heal) โรงพยาบาลวิภาวดีให้ความสำคัญกับความสมดุลของกายและใจ ผ่าน V Mind and Mood: ศูนย์ดูแลใจโดยทีมจิตแพทย์เพราะสุขภาพใจที่ดีคือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว

นอกจากนี้แล้ว ภายในงานฉลองครบรอบ 40 ปี ยังได้เปิดเวทีเสวนาให้ความรู้ภายใต้หัวข้อ “Smart Living, Healthy Aging” นำโดยทีมแพทย์ผู้เชียวชาญในแต่ละด้าน ขึ้นพูดคุยประกอบด้วย พญ. กานดา กู้เมือง แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต นพ.วรงค์ ลาภานันต์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาวดี แพทย์อายุรศาสตร์โรคหัวใจ รศ.พิเศษ นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ และ พญ.ศุภราเชาว์ปรีชา จิตแพทย์ด้าน CBT เด็กและวัยรุ่น ขึ้นเสวนาในมุมมองต่างๆ อาทิ The Power of Prevention: การป้องกันเชิงรุกตาม Life Style (Prevent) เป็นการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตเพื่อแนะนำการปรับพฤติกรรมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น Specialized Medical Centers: ศูนย์เฉพาะทาง (Treat) เมื่อก้าวสู่การเป็น “ผู้ป่วย” การรักษาต้องอาศัยศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ด้วยเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานและทีมแพทย์เฉพาะทางรวมถึงมุมมองเรื่องแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ (Treat) และMental Wellness & Balance (Heal)
ขณะเดียวกันยังอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญคือ ภายในงานได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดย คุณณัชชา กิจจริยภูมิ Product Advisor for Nutraceutical Innovation, Vibhavadi Hospital เพื่อเป็นอีกก้าวใหม่ของโรงพยาบาลวิภาวดี (The Future of Preventive Health )

ดังนั้นการก้าวสู่ปีที่ 40 ของโรงพยาบาลวิภาวดี ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่คือการยืนยันถึงความพร้อมในการเป็น ‘ผู้นำและพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพ’ ที่จะเคียงข้างคนไทยในทุกช่วงของชีวิต ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ภายในปี 2569 นี้โรงพยาบาลวิภาวดี ได้เดินหน้าขยายการให้บริการ ด้วยการเปิด ‘โรงพยาบาลวิภาวดี 2’ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของสังคมเราพร้อมที่จะเข้าใจผู้รับบริการอย่างแท้จริง เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสร้าง Customer Lifetime Value ที่ทำให้คนไทยรู้สึกว่ามีคนดูแลในทุกช่วงวัยของชีวิต ตั้งแต่ก่อนกำเนิดจนถึงบั้นปลายชีวิต คุณพิจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย

กระทรวงวัฒนธรรม หนุน 6 นิทรรศการใหญ่ “Read Th …