HOKA® ประเทศไทย เปิดแคมเปญระดับโลก “HOKA FLYLAB” ครั้งแรก! ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัว Skyward X รองเท้าวิ่งรุ่นล่าสุดจาก HOKA
HOKA® ประเทศไทย เปิดประสบการณ์และนวัตกรรมแบรน …
HOKA® ประเทศไทย เปิดประสบการณ์และนวัตกรรมแบรน …
“Glassiq” (กลาสสิค) สตาร์ทอัพแว่นตาเจ้าแรกของ …
Tohkai Yakiniku ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ร้านอาหารที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ภายใต้การบริหารงานของ ‘มิกะฟู้ดส์’ รุกตลาดปิ้งย่าง ปรับโฉมดีไซน์ร้านใหม่ให้มีความหรูหรากว่าเดิม โดยเริ่มนำร่องสาขาเทอร์มินอล 21 อโศก เป็นแห่งแรก โดยปัจจุบันมีทั้งสิ้น 10 สาขา พร้อมกันนี้ได้เซ็ทอัพเมนูบุฟเฟต์ราคาใหม่ที่โดนใจเข้าถึงง่าย เริ่มต้น 499 บาท ไม่บวกเพิ่ม อร่อยได้ไม่ต้องรอโปรฯ และมีการใช้นวัตกรรมเตาดูดควันที่จะทำให้ไร้กังวลกับกลิ่นที่จะติดตามเส้นผมและเสื้อผ้า

คุณวราภรณ์ ชิบาตะ ประธานบริหาร บริษัท มิกะฟู้ดส์ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น TOHKAI เผยว่า “การปรับรูปแบบร้านในครั้งนี้ทาง Tohkai ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของบรรยากาศภายในร้านและรูปแบบของอาหารที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และเพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า ดังนั้น จึงสามารถพูดได้ว่าการปรับรูปแบบของร้านในครั้งนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ของ Tohkai ที่ยกความพรีเมียมมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

โดยจุดแข็งของเราเริ่มจากการเป็นผู้นำเข้าสินค้าวัตถุดิบ และเครื่องปรุง อาหารญี่ปุ่น เพื่อจำหน่ายให้แก่ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงแรม และ ภัตตาคารญี่ปุ่น และเป็นผู้นำเข้าเนื้อ และอาหารทะเล จากต่างประเทศ เราจึงเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ จากแหล่งต้นตำรับเอง ทำให้มั่นใจได้เลยว่าวัตถุดิบที่เรานำมาใช้จากแหล่งที่ดีที่สุด
และจากการเป็นผู้นำเข้าสินค้าวัตถุดิบ และเครื่องปรุงอาหารญี่ปุ่น เพื่อจำหน่ายให้แก่ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงแรม และ ภัตตาคารญี่ปุ่น ในนามของ หจก. มิกะ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี อีกทั้งยังมีพันธมิตรในเครืออีก 2 แห่ง ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเนื้อ และอาหารทะเลจากต่างประเทศ ทำให้ Tohkai เป็นผู้นำเข้าและเชี่ยวชาญด้านการจัดหาวัตถุดิบต่างๆ ที่มีคุณภาพ จากแหล่งที่ดีที่สุด ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละสาขานั้น เป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีคุณภาพ สิ่งที่เราคำนึงถึงอย่างมาก ในการดำเนินกิจการคือความสด ความสะอาด รสชาติ และการบริการที่ดี เป็นกันเอง ทำให้ Tohkai สามารถให้บริการอาหารแบบบุฟเฟต์และ อาลาคาร์ทที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ทาง Tohkai ยังใส่ใจรายละเอียด อย่างเรื่องเตาของเราที่ผลิตจากสแตนเลสแท้ รวมถึงการใช้นวัตกรรมการดูดควันและกลิ่นอย่างดีที่สุด ประกอบกับการใช้ถ่านกะลามะพร้าว 100% ที่ทำให้เนื้อย่างมีรสชาติหอมอร่อยและเกิดควันน้อย ทำให้ลูกค้าของเราหมดปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ และลดสารก่อมะเร็งอีกด้วย

ในไลน์บุฟเฟต์มีรายการอาหารให้เลือกมากกว่า 100 รายการ ที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นญี่ปุ่นแบบแท้ ๆ รสชาติถูกปากคนไทย อาทิ เนื้อวัวนำเข้าจากต่างประเทศ JP, AUS, US มีเอกสารรับรองชัดเจนตรวจสอบที่มาได้จริง อาหารทะเลสด ๆ กุ้งแม่น้ำ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยเซลล์ หรือจะเป็น ซูชิ ซาชิมิ ก็ยกขบวนมาเต็มแม็ก ทั้ง Salmon, Oyster, Ikura, Hamaji, Tuna, Unagi, Hokkigai และอีกเพียบ กินได้แบบเต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงเต็ม โดยบุฟเฟต์มี 4 แบบ ให้เลือกอร่อย Supreme Buffet ราคา 1,499 net, Platinum Buffet ราคา 999 net, Gold Buffet ราคา 799 net และ Silver Buffet ราคา 499 net


ปัจจุบัน Tohkai Japanese Restaurant มีสาขากว่า 10 สาขา กระจายความอร่อยไปทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ให้ผู้คนที่รักในอาหารญี่ปุ่นได้ลิ้มลองรสชาติและวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ทางร้านนี้มีให้บริการ 2 รูปแบบ คือ แบบปิ้งย่างต้นตำรับและ แบบอาหารญี่ปุ่น

พบกับความคุ้มค่าและอิ่มอร่อยกับปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาที่จับต้องได้ที่ TOHKAI YAKINIKU ทุกสาขา
ช่องทางการติดต่อ
📲 Line : @tohkai (https://lin.ee/KNRQCGA)
📸 Instagram : Tohkai_restaurant
💻 Facebook : Tohkai Japanese Restaurant
🎥 Tiktok : Tohkai Restaurant
🖥 Website : https://tohkai4u.com/
#โตไก #tohkai #โปร #โปรโมชั่น #โฉมใหม่ #บัตรเครดิต #บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น #ปิ้งย่าง #ปิ้งย่างอาหารญี่ปุ่น #แซลมอน #ปิ้งย่างเตาถ่าน #Promotion #ซาชิมิ #โปรปิ้งย่าง #yakiniku #โปรปิ้งย่าง #terminal21
บีไชน์ เนเจอร์ซี อะเซโรลา เชอร์รี่ 4000 พลัส …
“คิทโด้” วิตามินชนิดเคี้ยว มี 2 สูตร 2 รสชาติ …
ฉลองทุกความสำเร็จ งานสัปดาห์หนังสือฯ ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ โกยยอดขาย 400 ลบ. สิงห์นักอ่านทะลัก 1.3 ล้านคน เจรจาลิขสิทธิ์ครั้งแรก เงินสะพัด 351 ลบ. ตะลึง! เปิดผลวิจัยใหม่ คนไทยอ่านหนังสือทะลุ 2 ช.ม.ต่อวัน ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นเลิกพฤติกรรมติดจอ หันมาอ่านหนังสือเล่ม ส่วนคนสูงวัย เลือกอ่านอีบุ๊คมากขึ้น

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 52 โกยทุกความสำเร็จนักอ่านทะลักเป้า 1.3 ล้านคน ตลอดการจัดงาน 12 วัน ดันยอดขายทะลุ 400 ล้านบาท สวนทางเศรษฐกิจทรุด นิยายวาย-การ์ตูน แชมป์ขายดีต่อเนื่อง ด้านสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ สุดปลื้มเวที “Bangkok Rights Fair” เจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ครั้งแรกในไทยผลสำเร็จระดับสูง ยอดซื้อ-ขายสะพัดกว่า 351 ล้านบาท ไต้หวันเปย์หนัก ชิงนิยายวาย ดันนักเขียนไทยตีตลาดหนังสือโลก

นายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22 ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นตลอดการจัดงานทั้ง 12 วัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักพิมพ์ 322 แห่ง จำนวนบูธรวม 914 บูธ หนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่ม ซึ่งเป็นหนังสือปกใหม่มากกว่า 3,000 ปก ขณะที่มีผู้เข้าชมงานทั้งคนไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้างานทุกวัน ทำให้บรรยากาศการเลือกซื้อหนังสือเป็นไปอย่างคึกคัก ส่งผลให้โดยรวมแล้วมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 10%

ด้านสำนักพิมพ์งัดกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อด้วยโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม พร้อมจัดทำของพรีเมี่ยมสุดพิเศษเฉพาะในงาน ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับงานปีก่อน สวนทางกับเศรษฐกิจที่ชะลอลง สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมการอ่านของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยหนังสือที่รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น หนังสือนวนิยายและวรรณกรรมสัดส่วน 38% โดยหนังสือวายทุกประเภทเนื้อหา ได้รับความนิยมสูงสุด 21% รองลงมาคือหนังสือการ์ตูนและไลท์โนเวล 21% และหนังสือประเภทเสริมทักษะ (How to) 18% หนังสือเด็กและคู่มือการเรียน 13% และหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ 10%

“งานสัปดาห์หนังสือฯ เป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเราเองมีแนวโน้มที่จะขยายพื้นที่ขายหนังสือออกไปอีกในอนาคต เพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยดูได้จากความสำเร็จในงานนี้ทั้งในแง่ของผู้ร่วมงานและยอดขาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลักดันให้มูลค่าตลาดหนังสือไทยในปีนี้แตะระดับ 17,000 ล้านบาท และพิสูจน์ได้ว่าคนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดต่อปี” นายสุวิช กล่าว

นายธีรนัย โสตถิปิณฑะ เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวว่า การเติบโตของตลาดหนังสือไทยยังมีแนวโน้มที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจในโครงการวิจัยพฤติกรรมการอ่านและการซื้อหนังสือของคนไทย ในปี 2567 ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทุกเพศวัยจำนวน 2,550 คนทั่วประเทศ อายุตั้งแต่ 12-50 ปี ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2567 พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมการอ่านรวมทุกกลุ่มอายุเฉลี่ย 113 นาที ต่อวัน หรือเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยสัดส่วน 45% เป็นการอ่านทุกวัน โดยกลุ่มอายุ 12-19 ปี อ่านตำราเรียนและคู่มือเตรียมสอบในสัดส่วนที่สูงถึง 72% ส่วนอายุ 20-29 ปี, อายุ 30-39 ปี และอายุ 40-49 ปี อ่านหนังสือพัฒนาตัวเองสูงที่สุดในสัดส่วน 52%, 57% และ 51% ตามลำดับ ส่วนกลุ่ม 50 ปีขึ้นไป 58% อ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม พบว่าทุกกลุ่มอายุเลือกอ่านหนังสือรูปเล่มในสัดส่วนที่สูงถึง 50% และอีบุ๊ค 47% แต่เมื่อแยกเป็นรายกลุ่มกลับพบว่า กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปเลือกอ่านหนังสือผ่านอีบุ๊คสูงถึง 58% เนื่องจากสามารถขยายตัวหนังสือได้ รวมทั้งมีความสบายตาในขณะอ่านและ 38% เป็นการอ่านในรูปเล่ม ส่วนกลุ่มอายุ 40-49 ปี อ่านหนังสือและอีบุ๊คในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 48% กลุ่มอายุ 30-39 ปี อ่านหนังสือรูปเล่ม 54% และอีบุ๊ค 43% กลุ่มอายุ 20-29 ปี อ่านรูปเล่ม 51% และอีบุ๊ค 47% ในขณะที่อายุ 12-19 ปีเลือกอ่านหนังสือรูปเล่มและอีบุ๊ค ในสัดส่วน ใกล้เคียงกันคือ 47% และ 48%
“ เดิมเราเคยคิดว่ากลุ่มเด็กจะนิยมอ่านอีบุ๊คมากกว่าหนังสือรูปเล่ม แต่จากผลสำรวจกลับพบว่ากลุ่มที่อ่านอีบุ๊คมากกว่า กลับเป็นผู้ใหญ่ เพราะสายตายาว ซึ่งอีบุ๊กสามารถขยายตัวหนังสือทำให้อ่านง่ายขึ้น ในขณะที่วัยรุ่น ต้องการลดพฤติกรรมการติดจอ จึงหันมาอ่านหนังสือเป็นรูปเล่มมากขึ้น จากผลงานวิจัยการอ่านจากประชาชนทั่วประเทศ ทำให้พบข้อมูลใหม่ว่าคนไทยไม่ได้อ่านหนังสือแค่ 8 บรรทัดอีกต่อไป” นายธีรนัย กล่าว

ด้าน น.ส.ดวงพร สุทธิสมบูรณ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวว่า สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ประสบความสำเร็จในระดับสูงมากต่อการจัดงาน Bangkok Rights Fair 2024 จับคู่เจรจาซื้อขายแลกเปลี่ยนลิขสิทธิ์หนังสือและคอนเทนต์นานาชาติ ระหว่างสำนักพิมพ์ไทยและตัวแทนจำหน่ายจากต่างประเทศ ในรูปแบบ Business to Business เพื่อนำไปแปลและจัดพิมพ์เป็นหนังสือภาษาต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงผลิตในรูปแบบของซีรีส์ ภาพยนตร์ ฯลฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2567 ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB โดยมีสำนักพิมพ์ และเอเจนซี่ลิขสิทธิ์ต่างประเทศเข้าร่วมงาน 13 ประเทศ รวม 33 ราย และสำนักพิมพ์ไทย 50 ราย ส่งผลให้เกิดการเจรจาทางการค้าทั้งสิ้น 500 คู่ โดยประเมินยอดซื้อขายลิขสิทธิ์ในเบื้องต้นประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 49 ล้านบาท (คำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่มูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงจะสูงกว่านี้ โดยตั้งเป้าหมายที่ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 351 ล้านบาท
ทั้งนี้ หนังสือเด็กได้รับความสนใจในการซื้อขายลิขสิทธิ์สูงสุด ในขณะที่สำนักพิมพ์ และเอเจนซี่ลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศไต้หวันได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อหนังสือนิยายวาย ผลงานจากนักเขียนไทย ทุกประเภทเนื้อหา ทั้งรักโรแมนติก สืบสวนสอบสวนและแฟนตาซี เนื่องจากนักเขียนไทยเป็นที่นิยมในตลาดนักอ่านไต้หวันอย่างมาก ในฝั่งไทยให้ความสนใจต่อการเจรจาลิขสิทธิ์หนังสือเด็ก หนังสือนิยายจาก เกาหลี จีนและญี่ปุ่น รวมทั้งหนังสือการ์ตูนจากญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่พบว่าผู้เข้าร่วมงานทุกประเทศมีความพึงพอใจในระดับสูง ซึ่งส่วนใหญ่ 79% ยืนยันจะกลับมาร่วมงานอีกในครั้งหน้า
“กิจกรรมจับคู่เจรจาซื้อขายแลกเปลี่ยนลิขสิทธิ์หนังสือครั้งแรกในไทยถือว่าประสบความสำเร็จในระดับสูงมากทั้งในแง่มูลค่าและความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วม แต่ผลประโยชน์ที่ได้มากกว่านั้นคือการสร้างโอกาสที่ดีให้กับผู้ประกอบการและนักเขียนไทยได้ก้าวสู่วงการหนังสือระดับโลก” น.ส.ดวงพร กล่าว
กระทรวงทรัพยากรฯ ซีพี และทรู คอร์ปอเรชั่น จัด …
อเมริกันสแตนดาร์ด หนึ่งในพาวเวอร์แบรนด์ภายใต้ …
#หนูพูดได้มั้ย #ความลับนางฟ้า Secret Angel [Official MV] –#DaraNi
เปิดวาร์ป 6 สาว DaruNi (ดา-รุ-นี่) เกิร์ลกรุป T-POP น้องใหม่ จากค่าย Rabbit Moon
ที่มาพร้อมซิงเกิลแรก “หนูพูดได้มั้ย (ความลับนางฟ้า)” Secret Angel กับแนวดนตรี Bubblegum Pop
“หนูพูดได้มั้ย… พูดว่า ปิ๊ง ปิ๊ง พี่ได้มั้ย” คำเซย์ไฮแรก จาก เกิร์ลกรุป T-POP น้องใหม่ วง DaruNi (ดา-รุ-นี่) กับ 6 สมาชิกสาว เรมี่ – ไอริณ รณเกียรติ, ทีต้า – บัณฑิฏา สันตยารมณ์, มีมี่ – พิมพ์มาดา ตั้งสี, ซีโมน – ปุณณาสา ต้นวิชา, เคลี่ – พรรณิภา วงษาชัย และ จีจี้ – ศุภิสรา วุฒิศาสตร์ จากค่ายเพลง Rabbit Moon (แรบบิท มูน) ในเครือ T&B Media Global ส่งซิงเกิลแรก “หนูพูดได้มั้ย (ความลับนางฟ้า)” Secret Angel มาทักทายแฟน ๆ กับแนวดนตรี Bubblegum Pop ที่พร้อมชวนทุกคนมาออกเสต็ปแดนซ์ไปพร้อมกับ DaruNi
โดย ชื่อ DaruNi ผันเสียงมาจากคำว่า “ดรุณี” แปลว่า เด็กสาววัยรุ่น ก็เหมือนกับ 6 สมาชิกสาว DaruNi ที่น่ารัก สดใส มีเสน่ห์เกินต้าน จะเป็นอย่างไร ไปทำความรู้จักกับ 6 สาว 6 สไตล์ กันเล้ยยยย…

เรมี่ – ไอริณ รณเกียรติ
เริ่มที่คนแรก เรมี่ – ไอริณ รณเกียรติ กับ คาแรกเตอร์ Elegant / Dashing
เมมเบอร์สาวโดดเด่นด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ร่าเริง สดใส มีชีวิตชีวา รักสวยรักงาม เรมี่ เสมือนเป็นตัวแทนด้านภาพลักษณ์ ของวง
ช่องทางการติดตาม
Facebook : remyirin
Instagram : @ remyirin
TikTok : @ remyirin
ทีต้า – บัณฑิฏา สันตยารมณ์
มาต่อกันที่ ทีต้า – บัณฑิฏา สันตยารมณ์ กับ คาแรกเตอร์ Energetic / Sporty / Friendly
เมมเบอร์น้องเล็กของวง ทีต้า ผู้มีความสามารถรอบตัว ร้อง เต้น มีสไตล์ แอบหวานปนเท่ สาวแกร่งมีพลังในการแสดงออกอย่างเหลือล้น
ช่องทางการติดตาม
Facebook : tita.banthita
Instagram : @tita.banthita
TikTok : @tita.banthita
มีมี่ – พิมพ์มาดา ตั้งสี
คนที่สาม มีมี่ – พิมพ์มาดา ตั้งสี กับ คาแรกเตอร์ Mellow / Alluring
เมมเบอร์พี่โตสุด กับบทบาทผู้นำของวง มีมี่ ภายใต้ลุคภายนอกที่ดูจริงจัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่แอบซ่อนเสน่ห์ที่น่าค้นหา
ช่องทางการติดตาม
Facebook : pimieee
Instagram : @pimieee
TikTok : @pimieee
ซีโมน – ปุณณาสา ต้นวิชา
คนที่สี่ ซีโมน – ปุณณาสา ต้นวิชา กับ คาแรกเตอร์ Sweet / Bubbly / Artistic
เมมเบอร์น้องเล็กอีกคนของวง ซีโมน สาวหวานผู้รักในเสียงเพลง มีความสามารถในด้านการร้องเพลงและเล่นดนตรี เป็นสาวพลังบวกกับมุมมองและทัศนคติที่ดี
ช่องทางการติดตาม
Facebook : punnaseaa
Instagram : @punnaseaa
TikTok : @punnaseaa
เคลี่ – พรรณิภา วงษาชัย
คนที่ห้า เคลี่ – พรรณิภา วงษาชัย กับ คาแรกเตอร์ Chic / Stylish / Sexy
เมมเบอร์ผู้นำด้านการเต้น เคลี่ สาวสวยที่โดดเด่นด้วยบุคลิกชวนค้นหา กับสไตล์การแต่งตัวที่มั่นใจเซ็กซี่และท่วงท่าที่จะทำให้คุณไม่อาจละสายตาได้
ช่องทางการติดตาม
Facebook : kaelieleo
Instagram : @kaelieleo
TikTok : @kaelieleo
จีจี้ – ศุภิสรา วุฒิศาสตร์
สมาชิกคนสุดท้าย จีจี้ – ศุภิสรา วุฒิศาสตร์ กับ คาแรกเตอร์ Charming / Charismatic / Unique
เมมเบอร์มากความสามารถ คุณจะค้นพบเสน่ห์ของจีจี้ผ่านบุคลิกที่มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ทักษะรอบด้าน ทั้งการร้อง และ การเต้น รวมถึงทักษะการสร้างเสียงหัวเราะที่พร้อมสร้างความบันเทิงให้กับทุก ๆ คน
ช่องทางการติดตาม
Facebook : supizy
Instagram : @supizy
TikTok : @supizy
เป็นยังไงกันบ้างกับสาว ๆ DaruNi ทั้ง 6 คน ที่มีสไตล์และความน่ารักสดใสในแบบของตัวเอง หากใครอยากสนับสนุนและติดตามผลงานของน้อง ๆ DaruNi และศิลปินอื่น ๆ จากค่าย Rabbit Moon สามารถติดตามได้ตามนี้เลย
ติดตามฟัง “หนูพูดได้มั้ย (ความลับนางฟ้า)” Secret Angel ซิงเกิลเดบิวต์แรกจาก DaruNi เกิร์ลกรุปวงใหม่ล่าสุด ภายใต้ค่าย Rabbit Moon ในเครือ T&B Media Global ได้ตั้งแต่วันนี้ผ่าน Youtube Channel : RabbitMoonCorp หรือสามารถดาวน์โหลดและกดเข้าไปฟังเพลงนี้ได้ผ่านทุก Streaming Platform
รับชมมิวสิกวิดีโอเพลง “หนูพูดได้มั้ย (ความลับนางฟ้า)” Secret Angel [Official MV] – DaraNi ได้ที่…
https://youtu.be/c8ZHjyHoEGc?si=S_XZLmoIsMpVLltY
สามารถติดตามและอัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของ DaruNi (ดา-รุ-นี่) ได้ที่…
Facebook : DaruNi https://web.facebook.com/daruni.official
Instagram : @daruni_official https://www.instagram.com/daruni_official
TikTok : @daruni_official https://www.tiktok.com/@daruni_official
X (Twitter) : @daruni_official https://twitter.com/daruni_official
หรือติดตามออฟฟิเชียลเพิ่มเติมจาก ค่าย Rabbit Moon ได้ที่…
YouTube : RabbitMoonCorp https://youtube.com/@RabbitMoonCorp
Facebook : Rabbit Moon Corp
เสิร์ฟความน่ารักถึงที่!! “ยองแจ GOT7 …