ผู้เขียน: Admin2

“พี-ป้าน” กระตุกขวัญคนดู เสิร์ฟซีนหลอนปิดฉาก “The Last Night คืนสุดท้าย” กับคำสัญญาก่อนตาย ที่ถูกทวงคืน!!

“พี-ป้าน” กระตุกขวัญคนดู เสิร์ฟซีนหลอนปิดฉาก “The Last Night คืนสุดท้าย” กับคำสัญญาก่อนตาย ที่ถูกทวงคืน!!

0 0
Read Time:57 Second

แฟนๆ เตรียมหลอนส่งท้ายกับซีรีส์วายแนวสยองขวัญ เรื่อง “The Last Night คืนสุดท้าย” 1 ใน 4 เรื่อง จากโปรเจกต์ “4 Destiny” ของค่าย “เมค อะ พิคเจอร์ โปรดักชั่น” ที่จะทำให้ทุกคนสยองและเศร้าปนน้ำตา


โดยเรื่องราวในตอนจบได้ดำเนินมาอย่างเข้มข้น หลังจากที่ “ยศ” นำแสดงโดย “พี เอกภพ ต๊ะตา” ทะเลาะกับ “เอ็ม” นำแสดงโดย “ป้าน จิรโชติ โชติทิฆัมพร” อย่างหนักจนถูกไล่ออกจากบ้าน เป็นเหตุทำให้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนเสียชีวิต

หลังจากที่ “เอ็ม” ตาย ก็ได้สร้างความหลอกหลอน และหวาดกลัวให้กับ “ยศ” รวมถึงผู้คนไม่เว้นแต่ละวัน เพียงเพราะต้องการทวงคำสัญญาที่ “ยศ” เคยพูดไว้ ว่าหาก “เอ็ม”ตายจะบวชให้! และนั่นเลยเป็นสาเหตุในคืนสุดท้าย


มาร่วมลุ้นเรื่องราวความหลอน สุดสยองของ “ยศ” และ “เอ็ม” ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป “ยศ” จะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ได้หรือไม่?

ติดตามตอนจบของซีรีส์ “The Last Night คืนสุดท้าย” 1 ใน 4 เรื่อง จากโปรเจกต์ “4 Destiny” ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายนนี้ เวลา 20.00น. ทาง Viu

#4DestinyProject #ViuOriginal
#TheLastNightSeries
#คืนสุดท้าย

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
AI IS THE GOAL SUPPORTER: ททท. ขับเคลื่อนกลยุทธ์เที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ ผ่านโครงการ “Amazing Thailand Travel Guide GPTs” ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

AI IS THE GOAL SUPPORTER: ททท. ขับเคลื่อนกลยุทธ์เที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ ผ่านโครงการ “Amazing Thailand Travel Guide GPTs” ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

0 0
Read Time:2 Minute, 52 Second
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัล จับมือบริษัท กู๊ด มู๊ด จำกัด และ Insightist.AI พัฒนาและผสานนวัตกรรมด้าน AI เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ ในโครงการ “Amazing Thailand Travel Guide GPTs” ภายใต้แนวคิด AI IS THE GOAL SUPPORTER เพื่อใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เชื่อมโยงนักเดินทางทั่วโลก สู่การสัมผัสวัฒนธรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ ๆ
ในปี 2025 เทคโนโลยี AI ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเดินทางทั่วโลก จากรายงาน SiteMinder’s Changing Traveler Report 2025 พบว่า นักท่องเที่ยวกว่า 78% เปิดรับการใช้ AI ในการค้นหาข้อมูล วางแผน และจองที่พัก ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยถึง 98% แสดงแนวโน้มที่จะใช้ AI ในชีวิตประจำวัน และการทำงาน รวมถึงประเทศไทยเองก็มีความพร้อมอย่างมากในทุกมิติ ทั้งด้านสถานที่ท่องเที่ยว การบริการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงระบบสาธรณูปโภคด้านไอที ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการท่องเที่ยวในยุค AI ครองเมือง เรียกได้ว่าว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่พึ่งพาเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomads ซึ่งนิยมทำงานในรูปแบบ Remote หรือ Work from Anywhere ข้อมูลยังระบุว่า นักท่องเที่ยวถึง 68% มีแผนจะทำงาน ควบคู่กับการเดินทางในทริปถัดไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Everything Traveler” ที่มองว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการผสมผสานการทำงาน และเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการ “Amazing Thailand Travel Guide GPTs” จัดทำขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยอาศัยระบบ AI-powered Travel Assistant พร้อมพัฒนาฟังก์ชัน Plug-in “Amazing Thailand” บนแพลตฟอร์ม OpenAI เพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนไกด์ส่วนตัว ที่สามารถให้คำแนะนำการเดินทางได้แบบเรียลไทม์และตรงกับความสนใจของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเส้นทางท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ร้านอาหาร หรือกิจกรรมที่เหมาะสม ตลอดจนการแนะนำเทศกาล และกิจกรรมสำคัญในแต่ละท้องถิ่น ที่สำคัญระบบนี้ยังช่วยกระจายการออกเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองรอง รวมไปถึงชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำเป้าหมายของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว พร้อมสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Travel Experience) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง AI จะไม่เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

 

มาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงของการใช้งาน AI Travel Assistant โดย ททท. เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถทดลองใช้ Plug-in “Amazing Thailand” ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนไกด์ส่วนตัว คอยแนะนำเส้นทางการท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมท้องถิ่น ตลอดจนเทศกาลสำคัญได้แบบเรียลไทม์และตรงตามความสนใจของแต่ละบุคคล โดยสามารถทดลองใช้งานได้แล้วที่ https://chatgpt.com/g/g-686679c040e88191b1ba1e18989d3d2e-amazing-thailand

ททท. เชื่อมั่นว่าการดำเนินการโครงการ Amazing Thailand Travel Guide GPTs นี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลก ด้วยการผสานเสน่ห์ทางวัฒนธรรมเข้ากับพลังแห่งนวัตกรรม AI เพื่อดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสประเทศไทย ในมิติใหม่ที่หลากหลาย และไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
เปิดฉากยิ่งใหญ่ ‘Fi Asia 2025 & Vitafoods Asia 2025’ ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสุขภาพ

เปิดฉากยิ่งใหญ่ ‘Fi Asia 2025 & Vitafoods Asia 2025’ ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสุขภาพ

0 0
Read Time:5 Minute, 47 Second

กรุงเทพฯ 17 กันยายน 2568 – เริ่มแล้ว! อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก จัด 2 งานใหญ่แห่งปีรวมไว้ในที่เดียว เพื่ออุตสาหกรรมอาหารไทย “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ส เอเชีย 2025” (Food ingredients Asia 2025) หรือ Fi Asia 2025 และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” (Vitafoods Asia 2025) มหกรรมแสดงนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสุขภาพ ที่ครบครันที่สุดในเอเชียมากกว่า 1,500 แบรนด์ จาก 70 ประเทศทั่วโลก เชื่อมโลกนวัตกรรมอาหารจากห้องแล็บสู่ตลาดโลก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร และสุขภาพ สร้างโอกาส นำไทยสู่ศูนย์กลาง Health & Wellness Hub

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ – ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า ธุรกิจเสริมอาหารของไทยเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย โดยโอกาสใหม่ทางการตลาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะมูลค่าตลาดเสริมอาหารทั่วโลก และตลาดภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มขยายตัวทุกปีจากปัจจัยผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา อย่างไรก็ดี ตลาดเสริมอาหารในไทยยังต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้ผลิตและแบรนด์ในต่างประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของต้นทุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

จัดเต็ม 1,500 แบรนด์ จาก 70 ประเทศทั่วโลก

นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า ทั้งสองงานเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ตอบโจทย์กระแส Functional Foods & Beverages, Future Foods และ Nutraceuticals ที่กำลังมาแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดเอเชียและระดับโลก โดยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญมากกว่า 1,500 แบรนด์ จาก 70 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจส่วนผสมอาหารและสุขภาพ ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และบริการครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกเทรนด์ที่กำลังเติบโตในตลาดเอเชียและตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น Functional Foods & Beverages, Future Foods และ Nutraceuticals คาดว่าจะมีผู้ร่วมชมงาน 36,000 ราย

ไฮไลต์กิจกรรมที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมส่วนผสมอาหารและสุขภาพ

•   Main Stage: สัมมนาวิชาการกว่า 120 หัวข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ Personalized Nutrition, Ingredient Trends, Rules & Regulations และโอกาสธุรกิจในอาเซียน
•   New Ingredients & New Products Zone: เปิดตัวนวัตกรรมและส่วนผสมใหม่ ๆ ที่ทั่วโลกจับตามอง
•   The Sensory Box: เวิร์กช็อปวิเคราะห์ประสาทสัมผัส รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส ของอาหารและเครื่องดื่ม
•   A to C (Academic to Commercial): ส่วนแสดงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นนำ เพื่อโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์
•   Innovation Tours: ทัวร์ชมนวัตกรรมภายในงานเพื่อให้ผู้ประกอบการค้นหาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตรงความต้องการ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Nutrimarketing
•   Business Matching: สร้างเครือข่ายธุรกิจจับคู่ผู้ซื้อ–ผู้ขาย ด้วยระบบเอไอ

ขับเคลื่อน 3 ด้าน ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลาง Health & Wellness Hub

ทั้งนี้ เพื่อการเข้าถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ พร้อมทั้งการลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเสริมอาหารของไทยนั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ มีแนวคิดนำ 2 งานใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียมารวมไว้ด้วยกันในที่เดียว คืองาน “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ส เอเชีย 2025” (Food ingredients Asia 2025) หรือ Fi Asia 2025 และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” (Vitafoods Asia 2025) โดยมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิด 3 เรื่องที่สำคัญขึ้นในประเทศไทย

          1.สร้างโอกาสผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีและส่วนผสมใหม่ ๆ เช่น โปรตีนทางเลือกจากพืชและจุลินทรีย์, สารสกัดจากสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเฉพาะ, และเทคโนโลยีการผลิตที่ยั่งยืน

          2.สร้างเครือข่ายธุรกิจระดับสากล งานในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้ผลิต ผู้ซื้อ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกกว่า 30,000 คน จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

          3.ยกระดับความน่าเชื่อถือ การได้นำเสนอผลิตภัณฑ์บนเวทีนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ และยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของไทยมีคุณภาพทัดเทียมกับมาตรฐานสากล

ความสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและนวัตกรรมนั้น นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า การผลักดันไปสู่เป้าหมาย “ศูนย์กลางนวัตกรรม Food Ingredient แห่งเอเชีย” พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ผู้ประกอบการไทยได้เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และตลาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยการผสมผสานมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากล นวัตกรรมและงานวิจัยเชิงลึก การพัฒนาแบรนด์และการตลาดโลก ความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า สำคัญ คือความร่วมมือระหว่างรัฐ – เอกชน – วิชาการ

ส่วนอุตสาหกรรม Health and Wellness ประเทศไทยมีเป้าหมายหลักคือการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นักท่องเที่ยวทั่วไป นักท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (long stay) และกลุ่มผู้เข้าร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายที่การผลักดันไทยให้เป็น Health and Wellness Hub หรือ ศูนย์กลางด้านสุขภาพและการให้บริการด้านสาธารณสุข ครอบคลุมบริการสปา ศูนย์บริการทางการแพทย์ โรงพยาบาล ตลอดจนร้านอาหารต่าง ๆ

โดยที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมีขีดความสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากการยอมรับด้านคุณภาพบริการและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้นักท่องเที่ยวในเอเชียส่วนใหญ่เลือกมาประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ

“ประเทศไทยสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ จากการผลิต Functional Ingredients เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ, โปรตีนจากพืช, เสริมภูมิคุ้มกัน, Anti-aging ที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพ ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเฉพาะ (Specialty Ingredients) จากต่างประเทศ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงโภชนาการที่ดีขึ้น และลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกัน อาหารบำรุงสมอง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิว ที่ผู้ประกอบการไทยมีจุดแข็งในการแข่งขัน ทั้งในด้านวัตถุดิบและภูมิปัญญาไทย ที่สามารถนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ” นางสาวรุ้งเพชร กล่าว

ห้ามพลาด!!! งาน Fi Asia 2025 และ Vitafoods Asia 2025 จะเป็นเวทีที่สำคัญส่วนหนึ่งให้ผู้ประกอบการไทยในการคว้าโอกาสทางธุรกิจ เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นผู้นำในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

“ปลดล็อก” ข้อจำกัดทางธุรกิจ “เปิดโอกาส” อัปเดตเทรนด์โลก สร้างเครือข่าย และต่อยอดธุรกิจไปพร้อมกับผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพแห่งเอเชีย ลงทะเบียนฟรี  https://lnk.bio/fiasia_vitafoodsasia แล้วพบกันที่งานฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ครอบคลุมทั้ง ชั้น LG, G และชั้น 1 (วันสุดท้ายจัดถึง 17:00 น.) 

#FiAsia2025 #VitafoodsAsia2025

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %