Recent Posts

งานประกาศรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2025 เฉลิมฉลองความสำเร็จและยกย่องความเป็นเลิศของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย

งานประกาศรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2025 เฉลิมฉลองความสำเร็จและยกย่องความเป็นเลิศของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย

0 0
Read Time:5 Minute, 36 Second

ไฮไลต์สำคัญของงาน
● งานมอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพทั่วประเทศ จัดขึ้นอย่างงดงามเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2025
● Connex Property คว้ารางวัลสูงสุด Real Estate Agency of the Year 2025
● คุณจันทร์จิรา กาญจนกรทง ผู้ก่อตั้ง Accom Asia ได้รับเกียรติรางวัล Personality of the Year
● กว่า 25 บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศร่วมรับรางวัลเกียรติยศในปีนี้
● สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย (TREBA) มีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกผู้ชนะอย่างเป็นทางการ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 16 ตุลาคม 2025 – งานประกาศรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2025 ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากทั่วประเทศกว่า 300 ท่านเข้าร่วมในค่ำคืนแห่งเกียรติยศ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพผู้เป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย งานนี้นับเป็นการจัดขึ้นเป็นปีแรกของเวที Thailand Real Estate Agent Awards ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานและศักดิ์ศรีของวิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

พิธีมอบรางวัลในปีนี้จัดขึ้นโดย Dot Property Group ร่วมกับ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย (Thai Real Estate Brokers Association) เพื่อยกย่องความทุ่มเท ความมุ่งมั่น และความเป็นมืออาชีพของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลงานโดดเด่นตลอดปีที่ผ่านมา ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซืคลูซีฟ ตื่นเต้นและน่าประทับใจ ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของผู้ประกอบอาชีพในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างแท้จริง

ในคำกล่าวเปิดงาน คุณประวิทย์ อนุศิริ นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้กล่าวยกย่องถึงบทบาทของนายหน้ามืออาชีพที่ยังคงยืนหยัดและขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในปีนี้ประเทศไทยได้เผชิญความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และภัยธรรมชาติ พร้อมกล่าวว่า “นายหน้าทุกคนคือตัวแทนของความมุ่งมั่นในการทำให้ผู้คนได้มีบ้านในฝัน และพวกเราคือผู้ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง”

ไฮไลต์ของค่ำคืนคือการประกาศรางวัล Real Estate Agency of the Year 2025 ซึ่งตกเป็นของ Connex Property ที่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในด้านกลยุทธ์ การเติบโต และความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง รวมถึงรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับบุคคล Personality of the Year 2025 มอบให้แก่ คุณจันทร์จิรา กาญจนกรทอง ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย


“งานมอบรางวัลในปีนี้เป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงพลัง ความมุ่งมั่น และศักยภาพของตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ”  อดัม ซัทคลิฟฟ์ (Adam Sutcliffe) ผู้อำนวยการ Dot Property Group กล่าว “ทุกท่านที่ได้รับรางวัลคือตัวอย่างของการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการ พร้อมขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล”  

ในช่วง Celebration Party แขกผู้มีเกียรติยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงสดสุดพิเศษจากศิลปินคุณภาพ “ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช” ที่มอบความสุขผ่านบทเพลงฮิตและโชว์พลังเสียงตลอดเวลากว่า 1 ชั่วโมงเต็ม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือจากแขกผู้ร่วมงานที่ต่างลุกขึ้นมาร่วมร้องและเต้นอย่างสนุกสนาน การแสดงของไอซ์ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองให้สมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความภาคภูมิใจ ความสุข และพลังบวกของผู้คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มารวมตัวกันในโอกาสสุดพิเศษนี้

รายชื่อผู้ได้รับรางวัลสำคัญในงาน Thailand Real Estate Agent Awards 2025
รางวัลเกียรติยศ Real Estate Agency of the Year ได้แก่ Connex Property
รางวัล Personality of the Year ได้แก่ คุณจันทร์จิรา กาญจนกรทอง
Dot Property Group SMART Agent Award ได้แก่ Siam Pearl Property

สำหรับผู้ชนะรางวัลในสาขาต่างๆ ประกอบด้วย
● The Best Agent in Property Management: Plus Property Co., Ltd.
● The Best Agent in Luxury Property: CBRE Thailand
● The Best Agent in Luxury Property Sole Agent: CBRE Thailand
● The Best Agent in International Market: Accom Asia
● The Best Agent in Content & Social Media Presence: Enlight Property Co., Ltd.
● The Best Agent in Commercial Property: JST Realty Group Co., Ltd.
● The Best Agent in Fix and Flip: HT Property Management
● The Best Agent in Franchise Market: Estate Corner Corporation Co., Ltd.
● The Best Agent in Website and Platform: AgentPlus (Thailand) Co., Ltd.
● The Best Agent in Property Investor: ThaiPropertyInvestor Co., Ltd.
● The Best Agent in Mid-Range Market Expertise: Connex Property
● The Best Agent in Rental and Leasing Market: Home Property Consulting Co., Ltd.
● The Best Agent in Professional Service: Bangkok Residence
● The Best Agent in Creative Solutions: Sun Above Phuket
● The Best Agent in Sales and Marketing Innovation: Keller Henson Co., Ltd.
● The Best Agent in Talent Development Leadership: The Best Property Agent Co., Ltd.
● The Best Agent in Integrated Marketing Excellence: Pattaya RealEstate Center Co., Ltd.
● The Best Property Agency Consultancy: Raskamin Property and Tour Services
● The Best Agent in Industrial Property: AT Soko Property Co., Ltd.
● The Best Agent in Pool Villa Sales & Rental: A3 Property Co., Ltd.
● The Best Agent in Overseas Property Sales: Zupreme C&C (Thailand) Ltd.
● Rising Star Agent Award: Siam Pearl Property
● The Best Agent in Emerging Agent: Renthai Real Estate Co., Ltd.
● The Best Asset Management Company (Asset Investment of Choice): Bangkok Commercial Asset  Management PCL

ผู้ชนะรางวัลบริษัทนายหน้าในแต่ละภูมิภาคประกอบด้วย
● The Best Agent in Phuket: Skyluke Property 88 Co., Ltd.
● The Best Agent in Pattaya: Remax Capital Property (Pattaya)
● The Best Agent in Hua Hin: A-Team Property Group
● The Best Agent in Chiangmai: Kumuang Properties Co., Ltd.
● The Best Agent in Samui: Islands of Siam Property Group Co., Ltd.

 

Recognition of Excellence Awards
● HomePlus Realty Estate Co., Ltd. สาขา Mid-Range Market Expertise
● Estate Corner Corporation Co., Ltd. สาขา International Market
● DD95 International Co., Ltd. สาขา International Market
● A3 Property Co., Ltd. สาขา Luxury Property Sole Agent
● Skyluke Property 88 Co., Ltd. สาขา Property Investor
● ThaiPropertyInvestor Co., Ltd. สาขา Commercial Property
● Connex Property สาขา Rental and Leasing Market
● Enlight Property Co., Ltd. สาขา Property Agency Consultancy
● Sukhumvit Asset Management Co., Ltd. (SAM) สาขา Asset Management Company (Asset Investment of Choice)

งาน Thailand Real Estate Agent Awards 2025 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความร่วมมือ และความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการทั่วประเทศในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานประกาศรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards สามารถติดต่อได้ที่ event@dotpropertygroup.com หรือ ทาง Social Media ของ Dot Property ทุกแพลตฟอร์มตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
Instagram @Dotproperty
Facebook @Dot Property
TikTok @Dot.Property.TH
Youtube @DotPropertyGroup

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
ททท. เปิดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชิงการทูตชู ‘Soft Power เสน่ห์ไทย’ สร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผ่านโครงการ “เที่ยวไทยกับ Diplomat : 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง”

ททท. เปิดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชิงการทูตชู ‘Soft Power เสน่ห์ไทย’ สร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผ่านโครงการ “เที่ยวไทยกับ Diplomat : 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง”

0 0
Read Time:3 Minute, 27 Second

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ด้วยการนำจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม วิถีชุมชนที่มีเอกลักษณ์ และสินค้าบริการที่มีคุณภาพซึ่งเป็น “เสน่ห์ไทย” หรือ Soft Power ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้คนที่มาเยือนจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในมิติทางการทูต ที่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสร้างความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยได้อย่างทรงพลัง และสะท้อนอัตลักษณ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ททท. จึงได้ร่วมกับ บริษัท ครองประทีป จำกัด และ Nomad Media Thailand Chanel โดยคุณวารินทร์ สัจเดว จัดทำโครงการ “เที่ยวไทยกับ Diplomat : 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง” ภายใต้แนวคิด Cultural Diplomacy through Tourism Experience เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มากกว่าการเที่ยวทั่วไป โดยให้คณะทูตานุทูตได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ในแบบวิถีชีวิตชุมชน ดังนั้นเส้นทางการเดินทางจึงได้ออกแบบให้คณะทูตานุทูตมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่น ทำให้การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การชม แต่เป็นความทรงจำที่สร้างความประทับใจ

 

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “เที่ยวไทยกับ Diplomat : 5 Must Do สุขทุกเส้นทาง” ได้จัดทำเป็น 3 เส้นทาง โดยคัดเลือกเส้นทางจากเมืองน่าเที่ยว และเมืองหลัก ซึ่งแต่ละเส้นทางล้วนสะท้อนความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของไทยอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย

Wellness Tourism – Ratchaburi สัมผัสพลังบำบัดจากภูมิปัญญาไทย ผ่านกิจกรรม Must Tryผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทย พร้อมเรียนรู้การทำยาดม ยาหม่อง และขนมจากสมุนไพรพื้นบ้าน ที่หาได้ภายในชุมชน สัมผัสภูมิปัญญาการรักษาและดูแลสุขภาพแบบไทยๆ สะท้อนความเป็น Wellness Destination ที่ผสานสุขภาพและวัฒนธรรมอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าของตลาดชุมชนริมธารชาวกะเหรี่ยง เปิดประสบการณ์ Must See ชมพิธีตักบาตรพระล่องแพ และ Must Buy ช้อปสินค้าชุมชนที่มีเอกลักษณ์
รับชมบรรยากาศเส้นทางราชบุรีได้ที่

Community Base Tourism – Phetchaburi เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงหมู่บ้านและมรดกวัฒนธรรมกับกิจกรรม Must Seek ตั้งแต่การเยี่ยมชมถ้ำเขาหลวง ไปจนถึงการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนแหลมผักเบี้ย และถ้ำรงค์ พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นทั้งคาวหวานกับ Must Taste ไม่ว่าจะเป็นแกงคั่วหัวตาล แกงหน่อส้ม ขนมตาล และน้ำสามรส เป็นต้น
รับชมบรรยากาศเส้นทางเพชรบุรีได้ที่ 

Adventure Tourism – Chiang Mai เปิดประสบการณ์ Must Try เรียนรู้แม่ไม้มวยไทย ท่ามกลางธรรมชาติ โดยสุดยอดนักมวยไทยระดับตำนาน “บัวขาว บัญชาเมฆ” และลิ้มรสชาติอาหารเหนือแบบดั้งเดิม Must Taste ที่ได้รับการการันตีจากมิชลินไกด์ พร้อมพาไปเดินช้อปปิงสัมผัสบรรยากาศสุดอบอุ่นกลางเมืองเชียงใหม่ Must Buy ที่ตลาดจริงใจ ตลาดนัดเพื่อชุมชน
รับชมบรรยากาศเส้นทางเชียงใหม่ได้ที่ 

หัวใจสำคัญของทุกเส้นทางคือกิจกรรม “5 Must Do in Thailand” ที่ออกแบบเพื่อให้คณะทูตานุทูตได้สัมผัสกับ “เสน่ห์ไทย” ผ่านอาหาร ศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน และวิถีชีวิตไทยในมิติต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังช่วยให้เกิดการถ่ายทอดเรื่องราวเชิงบวกไปสู่ประเทศต้นทาง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ก่อเกิดเป็น “ทูตท่องเที่ยวไทย” ที่พร้อมเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ

ททท. คาดหวังว่า นอกจากการสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว โครงการนี้ยังจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน ผ่านการกระจายรายได้สู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปของดีจากชุมชน พร้อมประสบการณ์ที่ดีจากสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน นับเป็นการบูรณาการ Soft Power เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
จานอาหารของคุณเปลี่ยนโลกได้: เทศกาลกินเจกับพลังแห่งความเมตตาและความยั่งยืน

จานอาหารของคุณเปลี่ยนโลกได้: เทศกาลกินเจกับพลังแห่งความเมตตาและความยั่งยืน

0 0
Read Time:4 Minute, 45 Second

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 21 ตุลาคม 2568 – เดือนตุลาคมคือเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสองเทศกาลที่มีความหมายตรงกันข้าม – ขณะที่ผู้คนทั่วโลกตื่นเต้นกับบรรยากาศของฮาโลวีนและเรื่องราวความสยองขวัญเหนือจินตนาการ ประเทศไทยกลับเปล่งประกายด้วยแสงแห่งความเมตตาผ่าน “เทศกาลกินเจ” เทศกาลแห่งการละเว้นจากเนื้อสัตว์ เพื่อชำระกายใจและระลึกถึงคุณค่าของชีวิตทุกชีวิต


การผสานแนวคิดระหว่างสองเทศกาลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารเรื่อง “อาหารจากพืช” ได้อย่างทรงพลัง — ฮาโลวีนอาจเตือนให้เราระลึกถึง “ความสยองที่เราสร้างขึ้น” ในระบบอาหารที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของสัตว์ ขณะที่เทศกาลกินเจแสดงให้เห็นว่า “ความเมตตา” คือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริง เมื่อมนุษย์เลือกความกรุณาผ่านสิ่งที่กินในทุกวัน

เทศกาลกินเจมีต้นกำเนิดจากจังหวัดภูเก็ตเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนจะกลายเป็นประเพณีที่ผู้คนทั่วประเทศร่วมปฏิบัติมายาวนาน แต่ในยุคปัจจุบัน เทศกาลนี้ได้กลายเป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา – มันคือ ขบวนการวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงความศรัทธาเข้ากับการดูแลโลกใบนี้อย่างงดงามทั่วประเทศ ธงสีเหลืองประดับตามถนน ร้านค้า และตลาด เต็มไปด้วยอาหารจากพืชหลากหลายชนิด ทั้งอร่อยและมีคุณค่า เทศกาลนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ “การกินเนื้อสัตว์น้อยลง” กลายเป็น “การให้มากขึ้น” ทั้งต่อสุขภาพ ชีวิตสัตว์ และสิ่งแวดล้อม


ทุกมื้ออาหารคือโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

เราอาจมองว่าการเลือกอาหารเพียงจานเดียวเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อผู้คนหลายล้านคนตัดสินใจพร้อมกัน ผลลัพธ์นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมาก เทศกาลกินเจเป็นตัวอย่างที่งดงามของพลังแห่งความเมตตา ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในวัดหรือศาลเจ้าเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในทุกครัวเรือน ทุกตลาด และทุกจานอาหารของคนไทย

“การเปลี่ยนมาบริโภคอาหารจากพืช ไม่เพียงลดการทรมานสัตว์ในระบบอุตสาหกรรม แต่ยังช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและปกป้องสุขภาพของเราเอง ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในทันที แค่เริ่มจากมื้อเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่ดีกว่า” ศนีกานต์ รศมนตรี, กรรมการผู้จัดการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย

รายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่า การปรับสู่ระบบอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 49% ขณะที่รายงานล่าสุดจากคณะกรรมาธิการ EAT-Lancet ยืนยันว่าการเปลี่ยนมาสู่ “อาหารเพื่อสุขภาพของโลก” (Planetary Health Diet) มนุษย์เกือบทุกคนบนโลกจะสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้ภายในปี 2050

หากแนวทางนี้ถูกนำมาใช้ทั่วโลก จะสามารถเลี้ยงดูประชากรกว่า 9.6 พันล้านคนได้อย่างเท่าเทียมในปี 2050 พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบอาหารได้กว่าครึ่ง และอาจช่วยชีวิตผู้คนได้ถึง 15 ล้านคนต่อปี คิดเป็นมูลค่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี


ประโยชน์ของอาหารจากพืชยังขยายถึงสุขภาพโดยตรง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิดน้อยกว่า ขณะที่ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มอายุขัย

ประเทศไทยเองมีพื้นฐานวัฒนธรรมอาหารที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้อยู่แล้ว — ตั้งแต่ผัดเต้าหู้ ต้มเห็ด ไปจนถึงข้าวราดแกงผักพื้นบ้าน ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าและสะท้อนความสมดุลของชีวิต เทศกาลกินเจจึงเป็นมากกว่าการถือศีล แต่คือการ “กลับคืนสู่ความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ” จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลกปี 2025 จาก Condé Nast Traveler’s Readers’ Choice Awards

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังอาหารที่เรากินทุกวันยังมีอีกด้านที่ควรใส่ใจ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะการผลิตไข่ ยังคงเป็นพื้นที่ที่สัตว์จำนวนมากต้องอยู่ในกรงแคบไร้อิสรภาพ การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์จึงไม่เพียงเป็นเรื่องของจริยธรรม แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยอาหาร สุขภาพของผู้บริโภค และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จึงมุ่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจไทยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ปัจจุบันหลายบริษัทชั้นนำ เช่น Banyan Tree, Zen Group, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels ได้ประกาศใช้นโยบาย “ไข่ปลอดกรง” (cage-free eggs) แล้ว ขณะที่ ONYX Hospitality ใช้ไข่ปลอดกรงครบ 100% และ Best Western ปรับสัดส่วนเป็น 70% แล้ว

การส่งเสริมให้บริษัทใช้ไข่ปลอดกรง ยังช่วยให้ธุรกิจสอดคล้องกับแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนถึงแนวโน้มของภาคเอกชนไทยที่กำลังปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียนถึง 228 แห่ง ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้านความยั่งยืน เพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อน

ผู้บริโภคเองก็เป็นแรงผลักดันสำคัญ พวกเขาเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น เรียกร้องความโปร่งใส และพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อสินค้าที่รับผิดชอบต่อโลก นี่จึงไม่ใช่ อุปสรรค แต่คือ โอกาส ที่ภาคธุรกิจไทยจะลุกขึ้นเป็นผู้นำของการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต

ทุกก้าวของความร่วมมือนี้ คือแรงกระเพื่อมสำคัญในห่วงโซ่อาหาร และเป็นตัวอย่างว่า การเลือกความเมตตาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่สามารถขยายสู่ระดับธุรกิจและนโยบายได้จริง


ในเดือนแห่งความเมตตานี้ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ขอเชิญชวนทุกคนให้เริ่มต้นด้วยการเพิ่มอาหารจากพืชในแต่ละมื้อ เพราะ “ความเมตตา” ไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดลงเมื่อเทศกาลผ่านไป — ทุกคำที่คุณกิน คือคำประกาศแห่งการเปลี่ยนแปลง และพลังจากจานอาหารของคุณ กำลังเปลี่ยนโลกอยู่จริง ทีละมื้อ

ร่วมสนับสนุนและติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/sinergiaanimalthailand และ
https://www.instagram.com/sinergiaanimalthai/?hl=en

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box