ครม. หนุน 2 บิ๊กอีเวนต์ปลายปี “สีสันแห่งสายน้ำลอยกระทง ปี ๒๕๖๘” และ “Vijit Chao Phraya 2025” ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศช่วงไฮซีซั่น
เช้านี้ (21 ตุลาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีระกุล …
เช้านี้ (21 ตุลาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีระกุล …
แฟนๆ เตรียมหัวใจวาย!! กับฉากง้อครั้งสุดท้ายขอ …
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเมืองสุขสยาม พร้อมด้วยพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารกสิกรไทย ต้อนรับเทศกาลกินเจปี 2568 จัดงาน “J-licious เจนี้ อร่อยได้ทุกเมนูนานาชาติ” คัดสรรเมนูเจจากร้านดังทั่วไอคอนสยามมาให้เลือกอร่อยหลากหลาย ให้ทุกคนได้ #อิ่มบุญอิ่มเจ ไปด้วยกัน จัดเต็มเมนูอาหารไทยรสจัดจ้านจาก 4 ภาค พร้อมเปิดประสบการณ์อาหารเจจากทุกมุมโลก ชวนลิ้มลองพาสต้าเจสไตล์อิตาเลียนแท้ ซูชิโรลเจสไตล์โอมากาเสะ อาหารจีนตามแบบฉบับของภัตตาคารหรู รวมถึงอาหารเจฟิวชั่นรูปแบบใหม่ มาให้อร่อยแบบอิ่มบุญอิ่มใจ พร้อมเชิญสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม เพลิดเพลินกับการแสดงทางวัฒนธรรมไทย-จีน ตลอดช่วงเทศกาลกินเจ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 ตุลาคม 2568
ในวันนี้ (20 ต.ค.) เมืองสุขสยามได้จัดพิธีเปิดงานต้อนรับเทศกาลกินเจในงาน อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค โดยได้รับเกียรติจากคุณนันทญา เขียวแสวง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน ประธานในพิธี คุณบัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม, คุณปัณณิตา วรรณโกวิท ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ร่วมทำพิธีสักการะ พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางพันกร หลังจากนั้นเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

คุณบัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม เผยว่า “เทศกาลกินเจปีนี้ เราอยากให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติแห่งความสุข ผ่านอาหารเจที่ดีต่อใจและดีต่อสุขภาพ ที่ให้รสชาติแบบต้นตำรับแท้ ถึงรสถึงเครื่องเหมือนรับประทานเมนูโปรดที่คุ้นเคย ผ่านเมนูอาหารเจ 4ภาค ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ และปีนี้ยังพิเศษกว่าเดิมด้วยการรังสรรค์เมนูเจฟิวชันทั้งสไตล์เอเชียและยุโรปที่มีให้เลือกมากมาย เพื่อให้ทุกคนได้อิ่มบุญไปพร้อมกับอิ่มอร่อยอย่างแท้จริง”
สำหรับเมนูอาหารไทยที่เมืองสุขสยามจัดเตรียมไว้เสิร์ฟในงาน “อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค” อาทิ ภาคกลาง ได้แก่ ข้าวอบเผือก, ผัดหมี่ซั่ว เจ, เป็ดพะโล้เจ, กะหล่ำปลีตุ๋นเห็ดหอม, ผัดคะน้าฮ่องกงเห็ดหอม, ขนมจีนแกงเขียวหวานยอดมะพร้าว, เต้าหู้ดำผัดกะเพรา, เต้าเจี้ยวหลนเจพร้อมผักสด, ภาคใต้ จัดจ้านกับ คั่วกลิ้งเจ, ภาคอีสาน แซบหลายด้วย ส้มตำเจ, น้ำตกเจ ส่วนภาคเหนือ มีน้ำพริกอ่องเจและน้ำพริกหนุ่มเจพร้อมผักสด รวมถึงชุดข้าวต้ม ใบปอผัด, เกี่ยมฉ่ายน้ำมันงา, กานาฉ่าย และ ชุดของทอด ขนมขาหมู ตือคาโค้วเจ, เต้าหู้ม้ง ที่หาทานยาก, เผือกทอด, ไชเท้าทอด, ข้าวโพดทอด, เต้าหู้ทอด, จ้อเจทอด, กวงเจียงไชเท้าทอด, กวงเจียงเผือก ให้เลือกอร่อย และที่พิเศษสุดคืออาหารเจฟิวชั่นที่รังสรรค์ทั้งสไตล์เอเซียและยุโรปมาให้เลือกชิมถึง 10 เมนู ได้แก่

1. สปาเก็ตตี้เพสโต้กุ้งทอง เจที่ได้รสชาติแบบอิตาเลี่ยน เส้นพาสต้าเหนียวนุ่มทำจากแป้งเซโมลิน่ากับน้ำคลุกเคล้าซอสเพสโตหอมมันจากโหระพาและถั่วรวม ราดด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เสิร์ฟคู่เวจจี้โคโรเกะจากเห็ดและผักรวม กรอบนอกนุ่มใน และท้อปปิ้งด้วยกุ้งทอดแบบเจ ที่ทำจากแป้งสาลีและหัวบุก
2. แฮมเบิร์กข้าวเหนียวก้อนคู่ใจ ได้แรงบันดาลใจจากแฮมเบิร์กญี่ปุ่นมาผสานกับเอกลักษณ์ไทย “ข้าวเหนียว” แทนขนมปังเบอร์เกอร์ เนื้อแฮมเบิร์กเจทำจากโปรตีนถั่วและเห็ดบดละเอียด คลุกเคล้ากับซอสเดมิกลาสเจรสเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมผักสดกรอบ เช่น มะเขือเทศ กรีนโอ๊ค แครอทและแตงกวาม้วนบาง ได้รสสัมผัสอบอุ่นแบบญี่ปุ่น และกลิ่นอายข้าวไทยที่คุ้นเคย
3. สปาเก็ตตี้ซอสหลนน้ำชุบหยำเจ แรงบันดาลใจจาก “น้ำชุบหยำ” อาหารพื้นบ้านใต้ที่ให้รสกลมกล่อมเค็มมัน เผ็ดนัว นำมาปรุงในรูปแบบซอสหลนเจ ครีมมี่จากกะทิและเต้าเจี้ยวเจ เพิ่มความหอมด้วยโหระพา แล้วปรับให้นุ่มนวลด้วยโปรตีนกุ้งเจ เสิร์ฟคู่เส้นสปาเก็ตตี้ต้มสุกคลุกน้ำมันมะกอกเล็กน้อย จะได้รสชาติที่กลมกล่อม เป็นการพบกันของ “ใต้” และ “อิตาเลียน” ที่ลงตัว
4. สปาเก็ตตี้โบโลเนสเจคู่โคโรเกะ เส้นสปาเก็ตตี้เจลวกพอดี คลุกซอสโบโลเนสเจรสเข้มจากมะเขือเทศสด เห็ด และเนื้อที่ทำจากโปรตีนถั่ว ผัดจนได้รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมในสไตล์อิตาเลียนต้นตำรับ
5. ข้าวยำเกาหลี (bibimbap) จากเมนูดังสัญชาติเกาหลี รังสรรค์ซอสเจที่ทำจากเต้าหู้และซอสเห็ดหอม ให้มีรสชาติที่ลงตัวสไตล์เกาหลี พร้อมเลือกใช้ผักหลายชนิด นำมา ผัด,หมัก,ดอง เพื่อให้ได้หลากหลายรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย
6. ถั่วแขกผัดพริกเสฉวนหมาล่า อาหารเจสัญชาติจีน ถั่วแขกทอด คั่วพริกเสฉวน และสมุนไพรจีน รสชาติ หวาน
มัน นัว
7. ไช่กัวเจ เคาหยกเจ จากเคาหยกอาหารกวางตุ้งที่มีชื่อเสียง ที่หาทานยาก มารังสรรค์ด้วย ไช่กัวที่ผ่านการล้างและเคี่ยวมาอย่างดี นำมาทานคู่กับหมูกรอบเจ ที่ผ่านการทอดและนึ่งรวมกัน ได้รส หวาน เค็ม มันที่ลงตัว
8. ข้าวอบฟักทอง เลือกใช้ฟักทองพันธุ์ข้าวตอกมินิ ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากเกษตรพื้นบ้าน มีเนื้อเหนียว หวานมัน และมีผิวเรียบเนียนนำมาอบพร้อมกับข้าวที่นำมาผัดกับเห็ดหอม ถั่วแระ แปะก๊วย และพริกหวาน มีรสชาติเค็ม เพื่อตัดกับรสหวานของฟักทอง หลังนำมาอบจะสามารถทานได้ทั้งลูก
9. ลาบเต้าหู้เจ เป็นเมนูที่ใส่ใจสุขภาพ โดยใช้โปรตีนหลักเป็นเต้าหู้แข็ง นำมาลวก และขยำ และผัดกับซอสเห็ดหอมเพื่อให้เนื้อสัมผัสตึง ทานกับเห็ดหูหนูซอย สาระแหน่ ผักชีฝรั่ง คลุกกับน้ำปรุงที่ทำจาก ข้าวคั่ว ซีอิ๊วขาว มะนาวและพริกป่น
10. ฟัวกราส์(ตับห่าน) เจ ที่รังสรรค์พิเศษจากเต้าหู้ดำ โพธาราม จากราชบุรี เนื้อเต้าหู้นุ่ม กินอร่อย รสชาติหวานๆ เค็มๆ จากเครื่องพะโล้สมุนไพรจีน
11. ข้าวแฮมเบิร์กเจซอสเดมิกลาส (Vegan Hamburg Rice with Signature Demi Sauce) เมนูสไตล์ญี่ปุ่น มาในแบบฉบับอาหารเจ ที่ทั้งหอม เข้มข้น และอบอุ่นในทุกคำ แฮมเบิร์กเจทำจากโปรตีนถั่วและเห็ดบดละเอียด ปรุงรสให้มีรสสัมผัสแน่นนุ่มคล้ายเนื้อจริง เสิร์ฟคู่ข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยซอสเดอมิกลาสเจสูตรพิเศษ เคี่ยวนานจากผักและเห็ดหลายชนิดจนได้รสลึกกลมกล่อมและทานคู่กับผักหลากสี

นอกจากนี้ ร้านอาหารชั้นนำในไอคอนสยาม พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษทั้งสไตล์จีน ไทย ฝรั่ง ให้การรับประทานอาหารเจ
ปีนี้อร่อยได้ทุกเมนูนานาชาติ ในงาน “J-licious เจนี้ อร่อยได้ทุกเมนูนานาชาติ” อาทิ อาหารเจสไตล์อิตาเลียน ร้าน “BIANCA Italian Restaurant” ชั้น 6 เสิร์ฟ “Pumpkin & Gorgonzola” พาสต้าเส้นสดซอสฟักทองเข้มข้นกับซอสชีสกอร์กอนโซลาแบบเจ ร้าน Mozza by Cocotte ชั้น G กับ 3 เมนูพาสต้าอย่าง “Orecchiette Salsciccia” พาสต้าแบบ Orecchiette ผัดซอสบล็อกโคลี่, “สปาเก็ตตี้ Aglio Olio” แบบไม่ใส่กระเทียม และ “สปาเก็ตตี้ Tomato Sauce” เสิร์ฟพร้อมใบเบซิลสด อาหารเจสไตล์จีนระดับภัตตาคาร ร้าน Jumbo Seafood ชั้น G พร้อมสร้างสรรค์มื้อหรูและแฝงความหมายมงคลให้ทุกคน ด้วยเมนูเจระดับพรีเมียม เช่น เต้าหู้หม้อดิน, เห็ดเป๋าฮื้อ, ซุปเต้าหู้ และข้าวผัด 5 เซียน “Hong Bao” กับเมนูเต้าหู้ทอดพริกเกลือ, เส้นหมี่ผัดแห้งผักรวม, ผักรวมอรหันต์ตุ๋นซีอิ๊ว อาหารเจสไตล์โอมากาเสะ ร้าน “Kanori Hand Roll Bar” ชั้น G ร้านซูชิโรลที่เสิร์ฟแบบคำต่อคำ มี 4 เมนูเจคือ Tofu Yuzu Beetroot, Unagi Vegan, Mushroom Truffle และ Truffle Akami Vegan เลือกสั่งได้ทั้งแบบ A la Carte และแบบเซ็ต อาหารเจแบบไทยๆ ร้าน “Have a Zeed” ชั้น 6 กับเมนูผัดไทยเจที่ร้านใช้เต้าหู้คุณภาพดี เนื้อแน่น หอมกลิ่นถั่วเหลือง อีกเมนูคือแกงเขียวหวานเจที่ได้รสเครื่องแกงเขียวหวานตามตำรับไทยแท้ “ร้านแหลมเจริญ” ชั้น 5 มีทั้งเมนูเจสไตล์ไทยทั้งหลนเห็ดออรินจิเจ ต้มยำเห็ดเจ ผัดวุ้นเส้น ยำวุ้นเส้น และเจแบบจีนอย่างผัดหมี่ซั่วกับเต้าหู้ทอดเสิร์ฟคู่น้ำจิ้มรสเด็ด อาหารเจสไตล์ฟิวชั่น ร้าน “Bonchon” ชั้น 6 เสิร์ฟเมนู “บอนชอนสไปซี่อุด้งเจ” เต็มอิ่มด้วยเต้าหู้สด ถั่วแระญี่ปุ่น เห็ดหอม และผักปวยเล้ง ที่ผัดกับเส้นอุด้งหนึบๆ เสริมความเผ็ดด้วยพริกจินดาแบบไทย ร้าน “Coffee Beans by Dao” ชั้น G เมนูเจขายดีประจำร้าน คือราดหน้าฟองเต้าหู้ตุ๋นใส่หมูเจออมนิมีท, ข้าวผัดหนำเลี๊ยบหมูเจออมนิมีท และปอเปี๊ยะทอด
นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่ม ของหวาน และไอศครีมเจให้เลือกมากมายจากร้าน Café Amazon, Chongdee Teahouse, Buddhi Belly , FIRE TIGER, JIAN CHA Tea, Karun Thai Tea, MINIMELTS, Nose Tea, Pacamara Coffee Roasters, Starbucks, Swensen’s , TrueCoffee รวมถึงร้านดังใน ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) อย่าง BEANHOUND by Greyhound Café, Boost Juice Bar, Deliya, getfresh, Fuku Matcha, Ochaya, และ Inthanin Coffee เตรียมเมนูอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับเทศกาลเจนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจากจะได้อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารมากมายแล้ว ยังอิ่มใจกับกิจกรรมมากมาย ขอเชิญไหว้สักการะขอพรจาก พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางพันกร ถือเป็นที่สุดแห่งความเมตตา เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญรุ่งเรือง บริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา และกิจกรรม “โรงเจหม้อใหญ่” ร่วมแบ่งปันอาหารเจวันละ 100 กล่อง ให้กับชุมชนใกล้เคียงเขตคลองสานถึง 9 ชุมชน ตั้งแต่วันที่ 21 – 29 ตุลาคม โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมแบ่งปันอาหาร ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับการแสดงทางวัฒนธรรม ณ เมืองสุขสยาม
เทศกาลเจปีนี้ มาร่วมสร้างกุศลพร้อมอิ่มอร่อยไปกับเมนูเจที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อสุขภาพในงาน “J-licious เจนี้ อร่อยได้ทุกเมนูนานาชาติ” ณ ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ และ “อิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ตั้งแต่วันนี้ – 29 ตุลาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONSIAM หรือโทร 1338
#ICONSIAM #ICONSIAMJlicious #กินเจ #กินเจที่ไอคอนสยาม #JFestival #vegetarianfestival
#เจปีนี้ที่ไอคอนสยามครบที่สุด
รายงาน Future of Food 2026 โดยแมริออท อินเตอร …
บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่า …
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 2568 ที่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาคมกีฬาแห่งกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “Healthy Hero” สานต่อเจตนารมณ์ จากบันทึกข้อตกลง เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ “การกีฬาไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” ความร่วมมือในการขับเคลื่อนวาระสาคัญ เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่กีฬาในประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อ ปกป้องสุขภาพของนักกีฬา เยาวชน และคนไทยทั้งประเทศ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม. รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า กิจกรรม “Healthy Hero” มุ่งเน้นการใช้ กิจกรรมทางกายร่วมกันในครอบครัวให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข การเรียนรู้ และเป็นเกราะป้องกันในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน ให้รู้เท่าทันกลลวงของบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีสารเสพติดและภัยสุขภาพแอบแฝงอยู่ สสส. ส่งเสริมให้คนไทยลดโอกาสการมีพฤติกรรมเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยยืนยันเจตนารมณ์ ในการทำให้พื้นที่ออกกาลังกายและเล่นกีฬาปลอดควันบุหรี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสนามซ้อม สนามแข่งขัน หรือพื้นที่นันทนาการ เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยทุกคน ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ เกิดเป็นกาลังสาคัญขับเคลื่อนให้ วงการกีฬาไทย เป็นต้นแบบของสุขภาพที่ดี ปราศจากควันบุหรี่อย่างแท้จริง
“กิจกรรมกีฬาไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า มีประโยชน์ต่อนักกีฬาและผู้เข้าร่วมงานกีฬาในหลายด้าน 1.ช่วยรักษาสมรรถภาพทางกาย 2.ป้องกันผลกระทบต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ เพราะไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และโลหะหนัก ซึ่งอาจท าลายเซลล์ปอดและลดประสิทธิภาพในการหายใจสาหรับนักกีฬาที่ต้องใช้ความอึด 3.ลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บและฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าอาจทาให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตลดลง 4.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพในงานกีฬาเพราะงานกีฬาควรเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพและแรงบันดาลใจให้คนมาออกกาลังกาย 5.ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของนักกีฬา เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
ด้านตัวแทนกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม. ให้ความสาคัญกับการสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชนอย่างสูงสุด โดยเป้าหมายหลักของการลงนามความร่วมมือที่ผ่านมาคือ การสร้างสภาพแวดล้อมในสนามกีฬาและกิจกรรมต่าง ๆ ให้ปลอดบุหรี่ไฟฟ้า ทาง กทม. จึงประกาศให้สวนสาธารณะและสนามกีฬาในความดูแลของ กทม. เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตที่แข็งแรง และพร้อมสนับสนุนการขยายผลของวาระนี้อย่างเต็มที่

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ากาลังรุนแรงในกลุ่มเยาวชน ซึ่งมักถูกหลอกล่อด้วยรูปลักษณ์และกลิ่นรส ที่น่าดึงดูดใจแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย และการสูญเสียที่ตามมาอีกมากมายจากการใช้บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า การนำกิจกรรมทางกายและพื้นที่กีฬามาเป็นแนวรบในการต่อสู้กับบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สาคัญ เพราะเป็นการสร้าง “ฮีโร่”ที่แข็งแรงจากภายใน และตอกย ้าว่า กีฬาและการสูบบุหรี่ไม่อยู่ร่วมกันโดยเด็ดขาด และนักกีฬาทุกประเภทมีบทบาทเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่ทุกชนิดให้แก่เด็กและเยาวชน
ข้อมูลเพิ่มเติม
ในวันงานการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะ 2.5 และ 5 กิโลเมตร การสาธิตการออกกาลังกายก่อนออกวิ่ง, และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการรู้เท่าทันกลลวงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า แสดงถึงพลังและความพร้อมของการผลักดันวาระ “การกีฬาไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” และร่วมสร้างพื้นที่กีฬาปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมในทุกระดับ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งและหลากหลายมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500 คน
นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายยังเตรียมจัด กิจกรรมต่อเนื่องในโครงการ เพื่อรณรงค์การรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น โดยจะมีการจัด เสวนา และอบรม เพื่อสร้างทั้งบุคลากรและเผยแพร่การรู้เท่าทัน ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้า ให้กับ ครู กลุ่มเยาวชน และ เจ้าหน้าที่กีฬาที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#การกีฬาแห่งประเทศไทย
#กรุงเทพมหานคร
#HealthyHero
#นักกีฬาไทยไม่เอาบุหรี่
#มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
เมื่อวันที่ 19 ต.ค.68 สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จ …
ไอคอนสยามตอกย้ำความเป็น “Global Hub of Cultur …
เช้าวันนี้ (17 ตุลาคม 2568) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เปิดตัว โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges มอบของที่ระลึก ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันรายได้ท่องเที่ยว พร้อมสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการ ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางพาณินี ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและตัวแทนนักท่องเที่ยว เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ให้เกียรติเข้าร่วมงานฯ ณ ห้องโถงธนะรัชต์ ชั้น 1 อาคาร ททท.
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ททท. เร่งดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสิทธิพิเศษและแคมเปญทางการตลาด (Grand Privilege) เพื่อเร่งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 จึงได้ดำเนินโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการ
ด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทยกว่า 300 สถานประกอบการ รวมถึงมอบของที่ระลึกที่ได้ แรงบันดาลใจจาก 5 Must Do in Thailand ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย


ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าโครงการ “Amazing Thailand Passport Privileges” จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว สามารถกระจายรายได้ไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน พร้อมสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทย และคาดว่าการดำเนินโครงการจะสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท
สำหรับโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges ในปีนี้เติมความพิเศษ ด้วย 2 กิจกรรมไฮไลต์ดังนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทยกว่า 300 สถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และศูนย์การค้า นอกจากนี้ยังสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่าน กิจกรรม “Amazing Bag” ของขวัญแห่งความทรงจำแบบไทยที่คัดสรรของที่ระลึก (Lucky Gift) จากชุมชนทั่วไทย

ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก 5 Must Do in Thailand ได้แก่
Must Taste มะม่วงไทยอบแห้ง
Must Try พวงกุญแจนักมวยไทย ศิลปะการต่อสู้ของไทย
Must Buy สินค้าจากผ้าไทยหัตถกรรมไทย กระเป๋าย่ามผ้าไทย ผ้าพันคอผ้าไทย จังหวัดสกลนคร หมวกผ้าไทย จังหวัดแพร่
Must Seek สินค้าที่สื่อถึงวิถีชีวิตของคนไทย พวกกุญแจตุ๊กตาไดโนเสาร์จากผ้าขาวม้าทอมือ จังหวัดกาฬสินธุ์ พวงกุญแจนาคกี้ จังหวัดบึงกาฬ พวงกุญแจพู่ ลายชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย
Must See เป็นของที่ระลึกจากการแสดงศิลปะไทย อย่างพวงกุญแจตัวละครโขน พวงกุญแจผีตาโขน จังหวัดเลย พร้อมลุ้นรับ Lucky Bag ของรางวัลจากพันธมิตรทางการท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท

สำหรับวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมฯ เพียงนักท่องเที่ยวแสดงหนังสือเดินทาง ณ บูทกิจกรรม
ณ 3 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568 จะได้รับของที่ระลึก Amazing Bag ทันที จากนั้นสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนรับ Voucher ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการ
ด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย และสามารถนำไปใช้ได้ในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกว่า 300 แห่ง


ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Amazing Thailand Passport Privilegesได้ที่เว็บไซต์www.tourismthailand.org/amazingthailandpassportprivileges